ความทรงจำในวันรับน้อง

10/08/2015 10:31 PM บันทึกทั่วไป 496 views

Friend003

นับตั้งแต่วันนั้น มาจนถึงวันนี้ก็ 6 ปีแล้ว วันนั้นผมได้ก้าวเข้ามาเป็นน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
ความรู้สึก ความทรงจำ ความผูกพันธ์ยังไม่เลือนหายไปกับเวลามีแต่จะยิ่งเพิ่มมาขึ้นเรื่อยๆ

“รับน้อง” ฟังดูแล้วน่าตื่นเต้นจัง การเข้ามาเป็นนักศึกษาเราก็ต้องได้พบเจออยู่แล้ว
แต่จะเจอในสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่แย่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ละมุมมอง แต่ละสถานที่

วันที่ผมได้เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรอย่างเต็มตัว ยอมรับว่าตื่นเต้นมากไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรในวันรับน้อง
แต่ก็คิดว่าคงไม่ถึงตายหรอก เกิดมาครั้งเดียวเรียนปริญญาตรีใบเดียว ถ้าพลาดไปแล้วคงเสียดายแน่ๆ

สิ่งที่หวังในวันนั้นแค่เพียงว่าเข้าไปร้องเพลงสนุกคงไม่มีอะไร แต่…วันแรกที่เข้าไปก็เจอสิ่งที่คิดไม่ถึง
(ขอไม่บอกเดาเองนะครับ 55) เห้ยมันไม่ใช่อย่างที่คิด กลัวมาก ร้องไห้ ตีห้าโทรไปหาน้าบอกว่ามารับหน่อย
ไม่อยากเรียนแล้ว จะลาออก อยากกลับบ้าน โดนด่าเลย..จะออกมาทำไม อดทนสิเรื่องแค่นี้
พอผ่านไปสามเดือน… น้ากลับเซวว่า เมื่อก่อนนี้ร้องไห้อยากจะกลับบ้าน เดียวนี้ไม่เคยจะกลับมาเที่ยวหาเลยนะ
555555555555555 นึกแล้วขำมาก

มีวันนึงผมและเพื่อนๆ เลิกเรียนช้ามาก เรารีบกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอเพื่อมาร่วมกิจกรรมรับน้อง
ผมรีบวิ่งจนสดุดล้มข้างอาคารวิทย์ 4 เดินไปหาพี่พยาบาลเพื่อขอยา และก็เจอสิ่งที่โคตรประทับใจคือ
พี่พยาบาลว่าจะทำแผลให้ ถอดรองเท้าออกมาเลย ผมก็เกรงใจมาก เพราะคิดว่าเท้าตัวเองเหม็น
แล้วพี่จะมาจับเท้าผมทำแผลให้อีก ทำเอาซึ้งเลยครับ พี่บอกว่า “มันเป็นสิ่งที่พี่ต้องทำให้น้อง
เพราะน้องคือน้องของพี่”
…พี่ไต๋

กิจกรรมรับน้องทำให้ผมได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ เยอะมาก ในช่วงของกิจกรรม 2 เดือนจะมีวันเทคน้อง
“วันที่พี่ๆจะเอาขนมหรือของใช้มาฝากน้อง” เราต่างก็ตื่นเต้นว่าพี่จะเอาอะไรมาให้เรานะ  โดยจะเป็นแบ่งอาทิตย์อาทิตย์ละวัน อาทิตย์นี้ของพี่ปี 2 อาทิตย์ต่อไปของพี่ปี 3 พี่ปี 4 ผมได้ของฝากจากพี่ทุกอาทิตย์เลย  แต่พี่เค้าก็ยังไม่ยอมเฉลยว่าคนไหน
จนผมมารู้วันสุดท้ายว่าพี่ที่เอาของให้ทุกครั้งคือพี่ปี 3 คนเดียวที่เหลืออยู่ เพราะพี่ปีอื่นๆ ซิ่วไปหมดเลย ….
พี่เอ็ม และก็มีพี่เอ็นดูอีก 1 คน…พี่น้อง

“วินัย ความสามัคคี ความอดทน” คือสิ่งที่พี่บอกไว้ ผมไม่เข้าใจในวันนั้นว่ามันคืออะไร มีแต่ความกดดัน ความกลัว
จนเวลาผ่านไปก็รู้ว่า มีสิ่งที่เราต้องเรียนรู้อีกมากมาย ชีวิตเรามีสิ่งที่ต้องเผชิญอีก ถ้าเราหนีก็ต้องหนีไปตลอด
สิ่งที่กลัว สิ่งที่กดดันในวันนั้น มันน้อยมากถ้าเทียบกับที่เจอวันนี้ “โลกข้างนอกมหาวิทยาลัยมันโหดร้ายจริงๆ
เมื่อก้าวออกมาจะไม่มีพี่คอยดูแล้วแล้วต้องเดินด้วยตัวเอง จะล้ม จะลุก จะท้อก็ไม่มีใครสนใจ”
 แต่วันนั้นยังมีพี่ๆ คอยช่วยเหลือ เหมือนสร้างภูมิคุ้มกันให้เรา ให้มห้เราแข็งแกร่งมากขั้น …

“ป้ายชื่อ พี่ๆ ตั้งใจทำให้แต่ทำไมน้องไม่อยากได้”
ผมเคยอ่านข่าวจากเว็บไซต์เมื่อหลายพี่ก่อนเกี่ยวกับรับน้องว่าห้อยป้ายชื่อเหมือนสวนสัตว์ ไม่เข้าใจเขาคิดได้ยังไง
แต่ผมคิดว่าการห้อยป้ายชื่อ ทำให้เราก็รู้จักเพื่อนมากขึ้น เพื่อนจากสาขาอื่นที่เราไม่ได้เรียนด้วยเราอาจจะไม่รู้จักชื่อ
พอเราเห็นป้ายชื่อก็ได้รู้ว่าชื่ออะไร สาขาไหน จะสร้างความสัมพันธ์หรือทำความรู้จักก็ไม่ยากเลย
มีเพื่อนผู้หญิงคนนึ่งอัธยาศัยดีมาก ชอบแนะนำตัวกับคนอื่นพร้อมยกป้ายชื่อ ….“สวัสดีค่ะ อุ้มเอกคอมฯ ค่ะ”

ในฐานะรุ่นพี่ก็จะได้รู้ว่าน้องชื่ออะไร อยู่สาขาไหน พอน้องมีปัญหาก็เข้ามาช่วย
มีครั้งนึงผมปั่นจักรยานไปเรียนต่างคณะและโซ่หลุด ก็มีพี่เข้ามาทัก ..“อ่าว น้องวิทยานิ” จักรยานเป็นอะไรให้พี่ช่วยไหม

“เราแค่มาร่วมกิจกรรม 4 ชม ต่อวัน แต่พี่ๆเตรียมการเป็นปีๆ”
ตอนนั้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเราก็คิดว่าตัวเองเหนื่อยมาก ให้มานั่งร้องเพลง ฝึกวินัย นั่งอยู่ในระเบียบทำไม
ใจนี่อยากจะโดดหลายรอบแต่ก็สงสารเพื่อนๆ ถ้าเราโดดคนก็จะมาไม่ครบ เพื่อนก็จะโดนทำโทษอีก
กว่าพี่ๆ จะจัดงานได้ต้องไม่ได้แค่ 4 ชมเหมือนเรา พี่ต้องมาเตรียมงานตั้งแต่บ่ายหรือเทียง
ค่อดูสถานที่ เตรียมของกิน วางแผนประสานงาน หลังจากเลิกกิจกรรมแล้วก็ใช่ว่าจะได้กลับพร้อมเรา
ต้องประชุมสรุปกิจกรรม ว่าวันนี้ทำอะไรบ้าง น้องเป็นยังไง บลาๆ ซึ่งหนักว่าน้องหลายเท่า

“วันชิงธงรุ่น”
วันนั้นผู้ชายต้องคิดว่าจะพาเพื่อนผู้หญิงให้ผ่านโคลนที่เปลื้อรพื้นไปได้ยังไง
ตอนนั้นผมตัวเล็กมาก 55 ได้อยู่หัวแถวคุกเข่าให้เพื่อนเหยียบ ส่วนคนอื่นๆก็เอามือประสานกันเป็นสะพาน
เพื่อนผผู้หญิงนั่งดูพวกเราแบบสงสาร ไม่กล้าเหยียบ จำได้ว่าวันนั้นเข่ากับแขนแดงเลย แต่สนุกมากกว่าว่าครับๆ
มีกิจกรรมหนึ่งที่ให้ผู้ชายหมอบแล้วเพื่อน ผู้หญิงเรียกรหัสถึงได้จะลุก ในใจตื่นเต้นมาก ว่าจะมีคนเรียกรหัสเราไหม
ลุ้นอยู่ตั้งนาน มีคนจำรหัสผมได้หลายคนอยู่เหมือนกัน.. 1 ในนั้นก็คือ “ทราย 319 ซึ่งรหัสผมคือ 320”

“ข้าวไข่ขยี้อาหารหลักของพวกเรา”
หลังจากเลิกกิจกรรมพี่ๆ ก็จะแจกข้าวให้ ตอนแรกพวกเราตื่นเต้นมากว่าจะได้กิน พอเปิดดู ไข่ขยี้
วันที่สองก็มาลุ้นใหม่ว่าจะได้อะไร เปิดดู..ไข่ขยี้ วันที่สามเปิดดู…ไข่ขยี..หลังๆ เลิกลุ้นหละครับ
แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ไข่ขยี้ อาหารอื่นๆ ก็มี แต่ที่จำไม่เคยลืมคือ …ไข่ขยี้ 5555

“โดนหลอกว่าพี่ที่โหดๆคือยามโลตัสที่จ้างมา”
อันนี้ฮามาก พวกเราคุยกันว่าพี่ระเบียบแม่งหน้าโหด อย่าให้รู้นะว่ามากจากไหน …
แล้วเพื่อนก็ไปแอบถามรุ่นพี่สนิทเค้าบอกว่า นี่จ้างมาจากยามที่โลตัส เราก็เชื่อครับ 555

“น้องตื่นตีห้าเพื่อมาร่วมกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ศักดิ์ของทางมหาวิทยาลัย
กิจกรรมที่พี่ๆ ตั้งใจทำให้น้อง แต่น้องไม่เคยรู้เลยว่าพี่ต้องตื่นเทียงคืน ตีหนึ่งเพื่อมาเตรียมงานให้น้อง
หรือพี่ๆ อาจจะไม่ได้นอนเลยด้วยซ้ำ”

ผมไม่เสียใจเลยที่วันนั้นเข้ากิจกรรมรับน้อง
เพราะ…“มันทำให้ได้รู้จักเพื่อนหลายๆคน จนวันนี้ก็ยังคุยกัน สนิทกัน”
ไม่เสียใจเลย….“เพราะทำให้เราได้รู้จักพี่ดีๆ มากมาย”
ไม่เสียใจเลย…..“เพราะทำให้เราได้รู้จักว่าความอดทน ความสามัคคี”
“แต่จะเสียใจมาก ถ้าวันนั้นผมไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมรับน้อง เพราะมันคงย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว”

ทุกวันนี้เวลาเจอเพื่อนเก่า เราคุยกันเรื่องนี้ก็สนุกสนานคุยกันได้นานแบบไม่รู้จบ
รู้สึกมีความสุขเหมือนตัวเองเแก่แล้ว 55
เอาเป็นว่า..จะดีหรือไม่ดี อยู่ที่ใครจะมองในมุมไหนมีทัศนคติแบบไหนหละกันครับ.. 

freshy006