Halongbay | ทะเล คนเดียว

13/10/2016 1:21 PM การเดินทาง 618 views

          เช้าวันใหม่ ระหว่างรอรถบัสมารับไปฮาลองเบ์เลยเดินเล่นตามถนน Hang boum ดูวิถีชีวิตของคนฮานอยย่านเมืองเก่า (Old Quarter) ร้านกาแฟเริ่มเปิดร้านรอลูกค้าที่จะเข้ามานั่งดื่มชา กาแฟและพูดคุยกัน ร้านข้าว ร้านก๋วยเตี๋ยวเริ่มมีผู้คนเข้ามาสั่งอาหารกันแล้ว สำหรับผมไม่มีเวลามากพอทีจะนั่งชิวหรือจิบกาแฟเพราะใกล้ถึงเวลารถบัสกรุ๊ปทัวร์มารับแล้ว แตรรถยนต์ มอเตอร์ไซต์ ตามถนนดังสนั่นตั่งแต่เช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาเร่งรีบที่ผู้คนรีบออกไปทำงานกัน

เวลา 9.00 รถบัสมารับที่ร้านขายแพ็กเกจทัวร์ เราใช้เวลานั่งรถจากฮานอยไปฮาลองเบย์ประมาณ 4 ชั่วโมงเพราะว่าระยะทางไกลมาก จากฮาลองเบย์อยู่จังหวัดกว๋างนิญซึ่งห่างจากฮานอยประมาณ 170 กม. ระหว่างนั่งรถไกด์ก็แนะนำตัวเองและเล่าถึงประวัติของฮานอย ประวัติความเป็นมาของฮาลองเบย์และพวกเราก็แนะนำตัวกันเองเล็กๆ น้อยๆ ภายในรถ

การมาเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ทำให้เราได้เจอกับผู้คนมากมายจากหลายที ทั้งคนไทยที่บังเอิญเจอ คนเวียดนามเอง หรือคนอเมริกา ญี่ปุ่น ไต้หวัน ทำให้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว การทำงาน วิถีชีวิต ได้ฟังเรื่องราวใหม่ๆ และได้เล่าเรื่องราวของประเทศตัวเองให้คนอื่นฟังและยังไม่กลัวที่จะพูดภาษาอังกฤษกับเค้าแบบ ถูกๆ ผิดๆ 55

แวะพักศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาผลิตภันฑ์ชุมชน

หลังจากเดินทางมาได้ประมาณ 2 ชม. ก็มาถึงจุดแวะพักรถ ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาผลิตภันฑ์ชุมชน คล้ายกับศูนย์ OTOP ของประเทศไทย ซึ่งจำหน่ายสินค้าที่พัฒนาขึ้นจากงานฝีมือและสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ข้างในจะพบกับช่างฝีมือกำลังปักผ้ากันอย่างตั้งใจแม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินไปมาและถ่ายรูป พวกเค้าก็ยังมีสมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรหน้า ดูจากฝีมือการปักผ้าแล้วเป็นงานที่ละเอียดมากและสวยงามมาก ต้องใช้สมาธิอย่างสูง ส่วนจำหน่ายของฝากก็มีขนมและเครื่องดื่ม โบสการ์ด พวงกุญแจที่สื่อให้เห็นว่าเป็นผลิตจากประเทศเวียดนาม เป็นรูปถ่ายสถานที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้ยังมีขนมที่นำเข้าจากประเทศไทยตั้งวางขายด้วย

 

 

ออกเดินทางต่อ…

หลังจากเดินทางต่ออีก 2 ชม. ก็มาถึง “จังหวัดกว๋างนิญ ที่ตั้งของอ่าวฮาลองเบย์” ไกด์ให้พวกเราไปทำธุระส่วนตัวแล้วกลับมาพบกันอีกครั้งเพื่อพาไปขึ้นเรือ ระหว่างเดินทางไปที่เรือก็เห็นทัศนียภาพและความสวยงามของท่าเรือฮาลองเบที่อยู่ตรงหน้า บริเวณข้างท่าเรือกำลังสร้างโรงแรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพักและยังมีร้านขายอาหาร ร้านขายของที่ระลึกอีกด้วย

 

อาหารเที่ยงพร้อมเสริฟ

ขณะที่เรือกำลังออกจากฝั่งก็มีพนักงานบริการเสริฟอาหาเที่ยง บอกได้เลยว่าตั้งแต่มาอยู่เวียดนาม อาหารมื้อนี้เป็นอาหารมื้อแรกที่ผมกินได้เยอะมาก เพราะว่าอาหารบนฝั่งแล้วและแถวโรงแรมนั้นไม่ถูกปากเอาเสียเลย อาจจะเป็นเพราะอาหารบนเรือมีรถชาติและเป็นอาหารที่คล้ายกับอาหารไทย เช่น ผักผักบุ้ง ยำมาม่า หอยลาย ไข่ตุ๋น 

   

 

บรรยากาศบนเรือ

ข้างบนหลังคาของเรือมีที่ดาดฟ้าให้ขึ้นไปนั่งชมวิวแล้วดูบรรยากาศรอบๆ บอกเลยว่าสวยมากและวันที่ไปไม่มีฝนทำให้ท้องฟ้าเปิด มีเมฆบางส่วนจึงไม่มีแดดร้อน ลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ พัดมาด้วยความสดชื่นทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ถ้าหากไปกับกลุ่มเพื่อนก็สามารถนั่งเล่น เอาขนมเครื่องดื่มขึ้นไปทานได้ น่าจะสนุกเหมาะกับการปาตี้มากๆครับ

 

ถึงแล้วฮาลองเบย์

หลังจากนั้นไม่นานก็มาถึงหมู่บ้านชาวประมง (Vung Vieng Fishing Village) เป็นเหมือนแพลอยกลางทะเล และมีเรือชาวประมงอยู่รอบๆ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวที่เราจะได้นั่งเรือชมอ่าวฮาลองเบย์ด้วย ในส่วนของการนั่งเรือจะมีเรือไม้ไผ่มีคนพายให้ พาเรานั่งชมรอบหมู่บ้านหรือถ้าหากอยากจะพายเรือเองก็มีเรือคายัคให้บริการอีกด้วย  น้ำทะเลสีเขียวมรกต กว้างสุดลูกหูลูกตา ในยามบ่ายที่แสดงแดดอ่อนๆ ตกกระทบ ประกายแสงระยิบระยับ ช่างสวยงามเหลือเกิน

อ่าวฮาลองเบย์ ตั้งอยู่ที่อ่าวตังเกี๋ย (Tonkin) จังหวัดกว๋างนิญทางตอนเหนือของเวียดนาม ประมาณ 175 กม.จากเมืองฮานอย มีพื้นที่ประมาณ 43,400 เฮกเตอร์ และมีเกาะประมาณ 1600 เกาะ โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 18 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2537

เรือไม้ไผ่ & เรือคายัค

เรือไม้ไผ่ นั่งได้ประมาณ 4-5 คน ค่อนข้างแน่น หมุนตัวไม่ค่อยได้ทำให้การถ่ายรูปลำบากเพราะไม่เป็นส่วนตัว และต้องค่อยระวังน้ำหนักแต่ละข้างให้สมดุล ตอนแรกก็คิดว่าจะได้นั่งชิวๆ แบบส่วนตัวเสียอีก

เรือคายัค ต้องซื้อเพิ่มในแพ็กเกจประมาณ 5 USD ราคาอาจไม่เท่ากันแล้วแต่ตัวแทนจำหน่าย เรือ 1 ลำสามารถนั่งได้สองคน ถ่ายรูปวิวลำบากกว่าเพราะต้องประคองเรือด้วยตัวเองและต้องจับกล้องถ่ายรูปอีก หากไม่มีความชำนาญหรือไม่เคยพายมาก่อนอาจจะไม่สนุก

 

 

โดนหลอกไหมละ!!!

ตอนที่ไปซื้อแพ็กเกจทัวร์คนขายบอกว่า ราคาแพ็กเกจอยู่ที่ 29 USD แต่ถ้าซื้อ 34 USD จะได้กินอาหารที่พิเศษกว่า เป็นอาหารทะเล และได้พายเรือคายักเพิ่ม เพราะแบบ 29 USD เป็นแบบธรรมดาจะได้แค่นั่งเรือไม้ไผ่ เสร็จแล้วต้องนั่งรอคนอื่นเพราะถ้าซื้อแพ็กเกจเรือคายักเพิ่ม  สามารถไปพายเรือต่อได้ แต่พอไปถึงจริงๆ ไหนละอาหารทะเล ไหนละพายเรือคายัค ไม่มีอะไรพิเศษเลย ให้เลือกเลยว่าจะนั่งเรือไม้ไผ่หรือพายเรือคายัก ขึ้นฝั่งมาพร้อมกันเลย อีกอย่างนั่นเรือไม้ไผ่ก็ไม่ได้นั่งรอบเกาะเหมือนตอนขาย แต่เข้าแค่ 2 อุโมงค์ พายไปพายกลับแค่นั้น เจ็บจ้ายยยยย

Amazing Cave

หลังจากนั่งเรือชมอ่าวฮาลองเบย์แบบกระชับ ประหยัดเวลาแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังจุดต่อไป ชาวฮานอยเรียกกันว่า Sung Sot Cave หรือ “Amezing Cave” ซึ่งเป็นถ้ำเดียวกันกับ Trinh Nu Cave หรือเรียกว่า “Virgin Cave” โดยอยู่ติดกัน เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ตั้งอยู่ในอ่าวฮาลองเบย์ ที่มีขนาดใหญ่และสวยงามมาก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมความงามตลอดทั้งปี ข้างบนของถ้ำปกคลุมด้วยต้นไม้ การเกิดหินงอกหอนย้อยในถ้ำเป็นรูปทรงต่างๆ เป็นที่สนใจของผู้มาเยี่ยมชมและจินตนาการเป็นรูปต่างๆ สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเที่ยวจนเรียกติดปากว่า “Amazing cave”

แม้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้ามาเยี่ยมชมกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ก็สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยี่ยมชมตลอด และที่นี่เป็นสัญลักษณ์อีกอย่างของอ่าวฮาลองเบไปแล้ว นอกจากจะดูไฟแล้วความสวยงามในถ้ำแล้ว บริเวณทางออกยังมีจุดชมวิวทางด้านบนมองลงมาที่ท่าเรือ เห็นภูเขาแม่น้ำสุดลูกหูลูกตา สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกัน

หลังจากนั้นก็ได้เวลาเดินทางกลับแล้ว เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วนั่งเรือจากอ่าวฮาลองเบย์กลับมาที่เกาะใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง และเดินทางจากท่าเรือกลับไปฮานอยอีก 4 ชั่วโมง

แบบวิดิโอและบันทึกอื่นๆ

 

ติดตามเรื่องราวหนึ่งวันเดินเล่นในฮานอย, ท่องไปในฮาลองเบ และชมธรรมชาติที่จางอาน 
ได้ที่นี่เร็วๆ นี้ครับ

, , , , , , , , , , , , , ,