Hanoi City | วันเดียวเดินเที่ยวก็ทั่ว

02/11/2016 11:17 PM การเดินทาง 925 views

เช้าวันแรกออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปฮานอยด้วยสายการบินแอเอเชียใช้เวลาเพียง 2 ชม. ก็ถึงสนามบินนอยไบแล้วครับ หลังจากลงเครื่องผ่าน ตม.แล้ว ก็ตรงไปที่เค้าเตอร์แลกเงิน ผมแลกจากเงินไทยเป็นดอลล่าและนำเงินดอลล่ามาแลกเป็นเงินดองค์อีกที และซื้อซิมการ์ดเพื่อใช้บริการอินเตอร์ด้วย

จากนั้นก็หารถจากสนามบินนอยไบไปตัวเมืองฮานอย ซึ่งได้อ่านรีวิวมาพบว่ามีหลายทางเลือกทั้งแท็กซีหรือรถบัส แต่ผมเลือกนั่งรถบัสไปเพราะราคาถูกว่า และจะได้ดูวิวระหว่างทางไปด้วย ตอนหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตพบว่าให้นั่งรถบัสสาย 17 ก็เลยหารถบัส 17 แต่หายังไงก็ไม่เจอ จนพบสาย 86 ราคา 30,000 VND เป็นรถบัสบริการจากสนามบินจากนอยไบไปฮานอยโดยตรงเลย แวะจอดไม่กี่จุด ใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า และสะดวกสบายกว่า แล้วก็เจอคนไทยที่กำลังหารถไปเหมือนกันเลยมีเพื่อนคุยสอบถามว่าเค้าจะไปเที่ยวซาปา

รถบัสสาย 86 จะมาจอดที่ย่าน Old Quarter สถานี Long Bien (แผนที่) และสามารถเดินไปสถานที่ต่างๆ ได้สะดวก แล้วเดินหาโรงแรงที่จองไว้ผ่าน Expedia โดยเปิดดูผ่านแผนที่ google map ใช้เวลาเดินเพียง 15 นาทีไปยังโรงแรม เช็คอินห้องพักตามที่จองไป ตอนไปถึงห้องปรากฏว่าห้องรกมากเพราะเป็นห้องรวมนอนกัน 6 คนและไม่เป็นส่วนตัว เลยขอเปลี่ยนใหม่เป็นจองห้องเดี่ยวแล้วเพิ่มเงินส่วนต่าง พนักงานก็ลดให้ด้วยเพราะมาคนเดียว เลยได้ห้องเดี่ยวไปแบบสบายใจ พอรื้อของจากกระเป๋าเสร็จก็งีบสักพักเพราะว่าตื่นเช้าไปสนามบินและตลอดการเดินทางก็ไม่ได้หลับเลย

ผ่านไปชั่วโมงกว่าหลังจากเช็คอินและเก็บของเรียบร้อย ก็เตรียมตัวออกเดินทางท่องเที่ยวแล้ว โดยขอแผนที่และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โรงแรมพร้อมกับเปิดแผนที่ใน google map ไปด้วย

 

ทะเลสาบ หว่านเกี๊ยม

ทะเลสาบ หว่านเกี๊ยมเป็นแลนมาร์กสำคัญของฮานอย สิ่งแรกที่พบก็คือถนนวงกลมที่มีน้ำพลุอยู่ตรงกลาง เรียกว่า “Quảng trường Đông Kinh Nghĩa Thục” เป็นย่านที่สำคัญและมีประวัติศาสตร์มายาวนาน มักจะจัดกิจกรรมและงานสำคัญบริเวณนี้บ่อยๆ ถนนเส้นนี้รถยนต์และมอร์เตอร์ไซต์เยอะมาก และยังไม่มีไฟจราจีอีกด้วย ตอนจะข้ามถนนต้องใช้ความใจกล้าล้วนๆ ไม่งั้นคงไม่ได้ข้ามแน่ๆ ซึ่งวงเวียนน้ำพลุนี้จะมีถนน 5 เส้นมาบนนจบกับคือ Hang Gai, Hang Daom Cao Go, Le Thai To และ Dinh Tien Hoang และยังมีธนาคาร ร้านอาหาร ร้านค้า ชื่อดังอีกด้วย

ใกล้ๆ กับ trường Đông Kinh เป็นทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมถูกล้อมรอบด้วยถนน Le Thai To และ Dinh Tien Hoang ถือเป็นแลนมาร์คสำคัญอีกหนึ่งที่ ที่ชาวฮานอยทุกคนต้องรู้จัก เพราะเป็นศูนย์รวมของทุกกิจกรรมของคนที่นี่ ซึ่งมีประวัติมายาวนานมาก

ตำนานของทะเลสาบคืนดาบ มีอยู่ว่าองค์กษัตริย์ ทรงพระนามว่า “เลเล่ย” ได้นำกำลังพลไปต่อต้านข้าศึกผู้รุกรานและเทวดาได้มอบดาบให้ด้ามนึง พระองค์จึงปราบข้าศึกได้ชัยชนะหลังจากนั้นพระองค์ได้ทรงประทับเรือพระที่นั่งในทะเลสาบและได้มีเต่าปรากฏตัวโผลขึ้นบนผิวน้ำคาบเอาดาบคืนไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทะเลสาบนั้นได้ตั้งชื่อว่า “ทะเลสาบคืนดาบ” ซึ่งปัจจุบันคือทะเลสาบ “หว่านเกี๋ยม” เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและตั้งอยู่ในใจกลางกรุงฮานอย

vietnam-hanoi-000

ทะเลสาบหว่านเกี๋ยม มีหอคอยชมเต่าจะอยู่ตรงกลางตอนกลางคืนนจะเปิดไฟสวยงามมาก มีไฟส่องจากหอคอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเหมือนตอนตึกมหานครเปิดตัวเลย 555 และวัด “วัดหง็อกเซิน” (Ngọc Sơn) หรือ “วัดเนินหยก” อยู่ทางตอนเหนือเป็นเกาะเล็กๆ มีสะพานสีแดงเดินข้ามไปเรียกว่า “สะพานเทฮุก” (Thê Húc) เสียค่าเข้าชม 30,000 VND สามารถเดินรอบวัดเพื่อชมวิวรอบทะเลสาบ มีสวนสาธารณะล้อมรอบ สำหรับนั่งพักผ่อน มีพระพุทธรูปจีนให้ไหว้ขอพรและมีห้องจัดโชว์ “ตะพาบยักษ์” ข้างในด้วย วันที่ไปเป็นวันทำงานของคนที่นี่ บริเวณถนนและร้านอาหารยังมีคนเยอะเท่าไหร่ แต่ก็พอมีนักท่องเที่ยวอยู่บ้างทำให้ไม่วุ่นวาย สามารถถ่ายรูปและเดินเที่ยวโดยไม่แออัด แผนที่

 

 

โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St. Joseph Cathedral)

โบสถ์เซนต์โจเซฟเป็นอีกสถานที่เที่ยวนึงที่มาฮานอยแล้วไม่ควรพลาด  ซึ่งมีการออกแบบตามโบสกรุงปารีสเพราสร้างขึ้นตอนที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองฮานอย ความเป็นเอกลักษณ์ ความโดดเด่นและอายุของโบสจึงเป็นจุดเด่นเรียกนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมได้เป็นจำนวนมากครับ แต่ทั้งนี้หากใครจะไปเที่ยวก็ต้องศึกษาวันเปิด-ปิด หรือเวลาเปิด-ปิดด้วย ไม่อย่างนั้นจะได้แต่ถ่ายรูปด้านนอกเหมือนกันผม อดเข้าไปชมความงามข้างในเลย แผนที่

หลังจากถ่ายรูปข้างนอกเสร็จ อากาศช่วงบ่ายร้อนมากเลยหาร้านนั่งชิวๆ สักหน่อย ได้มาเจอร้านเครื่องดื่มข้างทางชื่อ เครื่องดื่มที่สั่งก็มีให้เลือกหลายอย่างแต่ที่ผมสั่งมาคือสตอเบอรี่โยเกิร์ตปั่น

หลังจากพักหายเหนื่อยแล้วก็ออกเดินทางต่อไปยังสถสานโฮจิมินห์ แต่ว่าสุสานโฮจิมินกับทะเลสาบอยู่ไกลกันเลยเรียกแท็กซีดีกว่า ปรากฏว่าคนขับแท็กซี่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เลยขอความช่วยเหลือจากเจ้าของร้าน เพราะมีโอกาสคุยกับเจ้าของร้านนิดหนอ่ยเพราะเค้าเคยมาเที่ยวประเทศไทย และพูดภาษาอังกฤษได้ เค้าเลยอาสาเรียกแท็กซีให้ หมดไป 50,000  VND ระหว่างนั่งรถไปผมก็พยายามถามหลายอย่างเกี่ยวกับประวัติเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยว แต่เหมือนลุงจะฟังภาษาอังกฤษไม่ออกเลย ได้แต่พูดว่า ฟิ๊บติ ฟิ๊บติ ลุงคิดแต่เรื่องเงินอย่างเดียวเลย 55555

สุสานโฮจิมินห์

สุสานโฮจิมินห์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของตัวเมืองฮานอย เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งท่องเที่ยวที่มีสำคัญต่อชาวเวียดนาม สุสานนี้เป็นหลุมศพขนาดใหญ่นี้เป็นที่เก็บร่างของโฮจิมินห์ (ลุงโฮ) อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์และวันศุกร์ เข้าชมฟรีด้วยครับ ป้าที่นั่นเล่าว่า ที่ต้องทำสุสานโฮจิมินห์ใหญ่และมีความสำคัญขนาดนี้ ท่านเป็นบุคคลสำคัญในการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม แต่แล้วก็ต้องพลาดอีกรอบเพราะวันที่ไปเค้าปิดปรับปรุงครับ เลยอดเข้าไปดูพิพิธภัณฑ์ข้างในได้แต่เดินถ่ายรูปรอบๆ

 

เนื่องจากเวลาเหลือเยอะเพราะจองรอบดูการแสดงหุ่นกรอกบอกน้ำไว้รอบ 18.00 เลยติดสินใจเดินจากสุสานโฮจิมินห์กลับมาทีทะเลสาบ ระยะทางประมาณ 3 กม. ประมาณ 1 ชม. ระหว่างทางก็ได้เจออะไรมากมาย วิถีชีวิตของชาวฮานอย ร้านค้าต่างๆ ผมเดินเรียบตามถนนและดูบรรยายกาศไปเรื่อยๆ ช่วงตอนนั้นเป็นเวลาเย็นแล้วเป็นช่วงเวลาเลิกงานและเลิกเรียนของเด็กๆ ถนนจึงเต็มไปด้วยมอเตอร์ไซต์ รถยนต์ และผู้คนมากมาย การข้ามถนนที่ไม่มีสะพานลอย ยิ่งลำบากไปอีก

 

เมื่อเดินมาใกล้ถึงทะเลสาบแล้วก็เจอโรงเรียนอนุบาลหรือปฐมก็ไม่แน่ใจ กำลังเลิกเรียน วิ่งเล่นเป็นกลุ่มๆ บ้างก็นั่งรอพ่อแม่มารับ บ้างก็นั่งอ่านหนังสือ ซึ่งไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มานานมาก ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยลัยจนถึงทำงาน คิดถึงช่วงเวลาเด็กๆ ไปอีก (พูดแล้วน้ำตาจะไหล ตอนเด็กขี้เกียจไปโรงเรียน 55) เพราะเด็กๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ตื่นนอน ไปโรงเรียน กลับบ้าน เล่น นอน วนไปแค่เนี๊ย ไม่ต้องลำบากเหมือนผู้ใหม่ ที่มานั่งคำนวณภาษี คิดว่าวิชานี้จะเรียนผ่านไหม หรือยอดขายบริษัทจะเป็นยังไงบ้าง ฮ่าๆ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า

พอเดินมาถึงทะเลสาบช่วงเวลาเย็นก็เจอกับผู้คนมากกว่าตอนเช้าอีก ทั้งวิ่งออกกำลังกาย รำไทเก๊ก นั่งคุยกับแฟน เดินเล่น พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเป็นนัดเจอพบปะกันท่ามกลางต้นไม้ที่ร่มรื่นและแสงตะวันกำลังจะตกดินบรรยากาศเหมือนสวนลุมพินี

 

โรงละครหุ่นกระบอกน้ำ “ทังลอง”

การแสดงศิลปะหุ่นกระบอกน้ำ เล่าเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของชาวเวียดนามได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก เปิดรอบการแสดงตั้งแต่บ่ายสามโมงและต้องจองตั๋วล่วงหน้าไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นแต่ละรอบอาจจะเต็มได้ การแสดงจะมีหุ่นกระบอกอยู่ในสระน้ำและมีคนเชิดอยู่ด้านหลังฉาก บังคับให้หุ่นกระบอกเคลื่อนไหวและแสดงท่าทางต่างๆ แต่ก็แอบมีน่าเบื่อบ้างเพราะมีบรรยายแค่ภาษาเวียดนามเท่านั้น ทำให้ไม่เข้าใจ และผมก็เดินเหนื่อยมากทั้งวัน เลยงีบหลับ 55 แต่บางตอนก็พอเดาได้ว่าต้องการสื่ออะไร ราคาบัตร 100.000 VND มีรอบการแสดงประมาณ 5 รอบต่อวันครับ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.thanglongwaterpuppet.org/

รายการแสดงละครเชิดหุ่นกระบอกน้ำด้วยนิทานพื้นบ้าน มีทั้งหมด 14 ฉาก ที่ได้คัดเลือกจากเรื่องนิทานพื้นบ้านจำนวน 400 เรื่อง ประกอบด้วย

  • เปิดฉาก
    • ประสานเสียงดนตรีโดยเครื่องดนตรีพื้นบ้าน
  • แสดงละครเชิดหุ่นกระบอก
    • แป๊ะยิ้ม
    • ตีกลองประสานเสียง
    • เชิดมังกร
    • เสียงเปาขลุ่ยของเด็กนั่งบนหลังควาย
    • ไถนา  ปักดำข้าว วิดน้ำเข้านา
    • ตกกบ
    • ตีหมาจิ้งจอกลักจับเป็ด
    • ตกปลา การประมง
    • ร้องรำ “สาเถิ้ง” เป็นการแสดงตามประเพณี ดำเนินพิธีกรรมทางศาสนาทีมีมาแต่สมัยโบราณ
    • รำหงส์
    • ตำนาน “ทะเลสาบคืนดาบ” เล่าถึงประวัติการตั้งชื่อทะเลสาบคืนดาบ
    • เชิดสิงห์
    • รำโป๊ยเซียน
    • รำสัตว์มงคลสี่ตัว (มังกร กิเลน เต่า หงส์)

แม้ว่าจะดึกแล้วแต่สวนสาธารณะรอบทะเลสาบก็เต็มไปด้วยผู้คนและนักเที่ยวจำนวนมาก บรรยากาศตอนกลางคืนก็ต่างจากกลางวัน บริเวณสะพานเปิดไฟสีแดงเห็นชัดจากระยะไกล หอคอยมีไฟส่องขึ้นไปบนท้องฟ้า เต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังถ่ายรูปเพราะตื่นเต้นเช่นเดียวกับผม (รึป่าววะ) บนถนนมีกลุ่มวัยรุ่นกำลังแสดงดนตรี พ่อแม่พาลูกๆ มาเดินเล่น นักท่องเที่ยวนั่งคุยกัน คิดว่าบริเวณนี้น่าจะครึกครื้นไปจนดึกเลยครับ แต่ขี้เกียจแล้วเลยเดินกลับดีกว่า

ตามหาแพ็กเกจทัวร์

หลังจากถ่ายรูปรอบทะเลสาบตอนกลางคืนเสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม และแวะไปซื้อทัวร์สำหรับวันพรุ่งนี้และวันถัดไป เดินหาตามถนนหาร้านที่มีความน่าเชื่อถือโดยดูจากป้าย TripAdvicer ซึ่งวางแผนไว้ วางแผนว่าวันที่สองจะไป Halongbay และวันที่สามไป Trang An สอบถามราคาจากตัวแทนจำหน่าย ราคาแต่ละสถานที่ก็ยังแตกต่างกันเช่น Halongbay แบบธรรมดา 29 USD แบบอาหารทะเลเพิ่มเรือคายัค 34 USD และยังมีสถานที่ยวเที่ยวอื่นๆ ให้เลือกอีกเช่น Tam Coc, Sapa

ผมซื้อ 2 แพ็กเกจคือ Halongbay ราคา 34 USD และ Trang An 34 USD และต่อราคา จาก 68 เหลือ 60 USD เค้าบอกไม่ได้เยอะไปละ ฮ่าๆ เลยแกล้งชวนคุยก่อนเค้าบอกว่าอยากมาเที่ยวไทยนะ แต่เงินไทยแพงกว่า ฉันคงไม่สามารถ เราก็ใจอ่อนไปอีก เลยต่อเหลือ 64 USD ปรากฏว่าได้เว้ยเห่ย ฮ่าๆ อ้อนวอนอยู่นานกว่าจะได้ ถ้าหากมีเวลามากกว่านี้ก็อาจจะไปเดินดูร้านอื่นๆ เพื่อเปรียบเทียบราคาได้ อาจจะเจอที่ถูกกว่านี้ครับ

หลังจากซื้อแพ็กเกจทัวร์เสร็จก็เดินกลับโรงแรม บริเวณที่พักอยู่เป็นย่านท่องเที่ยวจึงเต็มไปด้วยร้านอาหาร ผับและนักท่องเที่ยวมากมาก แต่ว่าคืนนี้เป็นวันพฤหัสบดีอาจจะไม่เยอะเท่าวันศุกร์ วันเสาร์ และอาทิตย์ เพราะถนนบริเวณ old quarter หรือทางตอนเหนือของทะเลสาบจะถูกปิดเป็น Walking Street

แบบวิดิโอและบันทึกอื่นๆ

 

, , , , , , , , , , , , , ,