MICT Internship# : บทสรุปแห่งการเรียนรู้

22/05/2012 4:02 PM บันทึกทั่วไป 1,218 views

MICT Internship# : บทสรุปแห่งการเรียนรู้


             ผ่านไปแล้วกับการฝึกงานภาคฤดูร้อนครั้งนี้ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างยิ่งสำหรับผม ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าจะทำได้ไหม จะอยู่รอดไหม เวลาสองเดือนมันช่างนานเหลือเกิน เราตัวคนเดียวต้องไปอยู่ในที่ที่ไม่รู้จักใคร มันจะเป็นยังไงบ้างนะ สุดท้ายก็ผ่านมาได้สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เรียนรู้สิ่งต่างๆ มานั่งคิดเวลาเพียงเท่านี้ถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะอยู่ให้นานกว่านี้ พอฝึกงานเสร็จจึงอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อถ่ายถอดเรื่องราวให้กับผู้ที่สนใจทั้งเรื่องประสบการณ์การทำงาน การใช้ชีวิตในช่วงฝึกงาน การปรับตัวอยู่รวมกับผู้อื่น ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารซึ่งเป็นความรู้ใหม่และคิดว่าหลายคนอาจจะยังไม่รู้ ย้อนกลับไปก่อนฝึกงานผมก็ได้หาบทความเกี่ยวกับการฝึกงานที่นี่เหมือนกันแต่ไม่มีเลยคิดว่าน่าจะไม่มีใครเขียน ถ้าเราเขียนไว้น่าจะมีผลดีต่อรุ่นน้องปีหน้าที่จะเข้าไปฝึกงานหรือผู้ที่สนใจ

             การฝึกงานเริ่มต้นวันที่ 2 เมษายน หลังจากสอบปลายภาคของเทอมสองขั้นปีที่ 3เสร็จ  ชีวิตการฝึกงานตอนที่ไปอยู่แรกๆต้องตื่นเช้าประมาณหกโมง อาบน้ำแต่งตัว เดินออกไปปากซอยเพื่อรอรถเมล์ประมาณเจ็ดโมง ตอนเช้ารถเมลล์จะไม่ค่อยมีคนแน่นเท่าไหร่ รถสาย 356 ก็จะไปเยอะพอสมควรเพราะผ่านศูนย์ราชการ จากนั้นก็นั่งรถสองแถวที่คอบรับส่งเข้าไปที่อาคาร และนั่งกินข้าวที่โรงอาหารจนถึงแปดโมงก่อนขึ้นไปสำนักงานของกระทรวง หลังๆตื่นเช้าไม่ไหวจึงเลื่อนเวลามาประมาณหกโมงครึ่งบ้าง เจ็ดโมงบ้างเวลาของกิจวัตรอื่นๆก็เลื่อนตามไป การเดินทางไปถึงศูนย์ราชการก็สายหน่อย เพราะถ้าออกไปรอรถเมลล์ตอนเจ็ดโมงครึ่งคนจะแน่นมาก บางครั้งก็มาสาย บางคนถึงกับยืนเกาะประตูเพื่อให้ไปทันเวลาเข้างาน สิ่งที่ลำบากคือการแบกคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คขึ้นรถเมล์ไป-กลับที่ทำงานเองเพราะที่โน้นไม่มีคอมให้ใช้ แต่ก็มีข้อดีเพราะได้ใช้ของส่วนตัวเราอยากเล่นหรือทำอะไรก็ได้

             ถ้าไปถึงศูนย์ราชการสายก็มักจะไม่ค่อยกินข้าวเช้าส่วนมากจะแวะซื้อขนมปังที่ร้านฟาร์มเฮ้าส์ ซึ่งมันมีข้อเสียคนละอย่าง เวลากินข้าวเช้าจะมีแรงทำงานมีความคิดดีๆ    สามารถนั่งทำงานได้จนถึงเที่ยงแต่มันไม่ชินเพราะตอนเรียนไม่เคยตื่นมากินข้าวตอนแปดโฒงเลย มื้อแรกของวันก็มื้อเที่ยง  ส่วนเวลากินขนมปังสามารถซื้อไปกินที่ห้องได้เก้าโมง สิบโมงหรือหิวค่อยกิน มันอร่อยนะครับแต่ไม่ค่อยอิ่ม กินเสร็จก็ง่วงหลับคาโต๊ะเลย บางครั้งก็แอบไปหลับที่ห้องปิงปอง ห้องนั้นจะมีโต๊ะปิงปอง และโซฟาสามารถเข้าไปหลับได้ เพราะไม่ค่อยมีคนเข้าไป แฮ่ๆ ช่วงเช้าของการทำงานแต่ละวัน พอถึงโต๊ะทำงานก็เปิดคอม เข้า Facebook เช็คข่าวสารมีอะไรอัพเดทบ้าง อ่านข่าวทางtwitter และเช็คอีเมลล์ พอสายๆก็จะเริ่มทำงานที่ได้รับมอบหมาย งานที่ได้แต่ละครั้งก็จะไม่เหมือนกันดูได้จากบันทึกฝึกงานก่อนหน้า ช่วงเวลาทำงานก็สามารถไปเดินเล่นได้

             มื้อเที่ยงของวันลงไปกินข้าวที่โรงอาหารกับเพื่อนที่ฝึกงานด้วยกัน อาหารที่ขายราคาค่อนข้างแพงราคา 30 บาทขึ้นไปร้านอาหารก็มีให้เลือกซื้อเยอะพอสมควรแต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อาจเป็นเพราะกินข้าวเช้าตอนเที่ยงเลยไม่ค่อยหิว ที่กินบ่อยก็กินก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง ตอนเที่ยงคนจะมากินเยอะมาก ต้องรอคิวนาน โต๊ะไม่ค่อยมีให้นั่งต้องเดินหา คนทำงานก็มีตั้งแต่แต่ลูกจ้างถึงข้าราชการชั้นสูง ชั้นหนึ่งของศูนย์ราชการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งธนาคารต่างๆทุกธนาคาร เซเว่นอิเลเว่น ร้านกาแฟ เซสเตอร์กริว S&P  ร้านผลไม้ ร้านไอศกริม ร้านขายขา ร้ายขายเสื้อผ้า และร้านขายของใช้ต่างๆ เหมือนเป็นเมืออีกเมืองหนึ่ง อากาศไม่ร้อนเพราะมีแอร์ทุกตารางนิ้วตั้งแต่ประตู้ทางเข้า หลังจากกินข้าวเสร็จคนก็จะเดินเล่นในนี้ ดูเสื้อผ้า ซื้อของใช้ ซื้อขนมหรือไม่ก็นั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ

            การทำงานเวลาบ่ายขอผมและคนที่นี่จะไม่ค่อยรีบเร่งเท่าไหร่ บ้างครั้งก็เข้าช้าได้นิดหน่อย ผมจึงแวะไปหาหนังสือ่านเล่นที่ห้องสมุดของกระทรวงก่อน อยู่ที่ชั้น 7 มีหนังสือหลากหลายแนวให้เลือกอ่านหนังสือที่มีเยอะก็เป็นแนวคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เคยมีครั้งหนึ่งเข้าไปแอบหลับด้วยครับเพราะอากาศเย็นมาก อ้อลืมบอกไปครับ กระทรวงไอซีทีอยู่ชั้น 6-9  ชั้น 9 จะเป็นของ SIPA กับสำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนหน่วยงานที่ฝึกงานอยู่ชั้น 6 สำนักคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การทำงานในช่วงบ่ายก็จะทำงานต่อที่ทำค้างไว้ในช่วงเช้า หรือไม่ถ้าวันไหนมีงานพิเศษก็ไปทำ เช่นไปดูงานนอกสถานที่ ไปประชุมต่างหน่วยงาน พี่เลี้ยงนัดพบเพื่อสอบถามปัญหา หรือนำเสนอความคืบหน้าของงานที่มอบหมายซึ่งจะมีงานเหล่านี้อาทิตย์หละครั้ง บางครั้งก็ช่วยขนกระดาษ ถ่ายเอกสาร จัดห้อง สิ่งเหล้านี้พี่เค้าไม่เคยใช้เลยครับ แต่อาสาไปช่วยเองด้วยความเต็มใจ เนื่องจากที่ฝึกงานมีหน่วยงานราชการอื่นอีกทำให้เราได้เห็นกิจกรรมต่างๆที่เค้าจัดขึ้น เช่น สำนักงานคุ้มครองผู้บริโบคจัดงานก็มีร้านค้ามาออกบูธ ขายของ มีศิลปินมาร้องเพลง มีดารามาช่วยขายสินค้า มีเกมส์ให้เล่น มีของแจกฟรี(ของชอบ 555) เราก็สามารถไปร่วมงานได้

             เวลาหลังเลิกงานของราชการประมาณ 16.30 น. คนจะเยอะมากบริเวณที่รอรถสองแถว ไม่เหมือนตอนเข้างานคนจะค่อยทยอยกันมา แต่ตอนเลิกงานคนจะออกไปพร้อมกันหมดเลย ทำให้รอรถนานเพื่อนั่งไปหน้าศูนย์ราชการ อีกอย่างข้างหน้าศูนย์ราชการเป็นถนนแจ้งวัฒนะขึ้นชื่อเรื่องรถติดเลย ช่วงเย็นรถจะแน่นมากซึ่งผมก็ขึ้นรถเมลล์จากตรงนี้เพื่อกลับหอ ช่วงฝึกงานแรกๆอากาศร้อนมากเย็นแล้วแต่แดดยังร้อนอยู่ เลยไม่อยากกลับหอนั่งรถเมลล์เลยไปบิ๊กซี เดินเล่นตากแอร์หรือซื้อของ เดินบิ๊กซีบ่อยมากสิ่งที่ซื้อเป็นประจำก็คือขนมเพราะเอาไว้กินตอนดึกเวลาหิว บางครั้งก็นั่งรถไปถึงเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ รอพระอาทิตย์ตกดินค่อยกลับห้องให้อากาศเย็นลงบ้าง ก่อนกลับห้องทุกครั้งก็จะแวะซื้อข้าวก่อน ไม่อยากเดินออกมาซื้อที่ปากซอยอีกตอนดึก กับข้าวก็มีให้เลือกซื้อเยอะพอสมควร แต่อยู่คนเดียวเลยไม่รู้จะกินอะไร ถ้วยชามก็ไม่มีเลยซื้อที่กินง่ายๆพวกข้าวผัด ผัดไท หมูปิ้ง และก็ซื้อลูกชิ้น ไว้กินเล่น ซื้อน้ำดื่มแค่นั้น ค่ำแล้วก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยเพราะไม่ค่อยรู้จักบริเวณนั้นอีกอย่างมันอยู่นอกเมืองเกินไป ไม่ค่อยมีที่เที่ยวเหมือนแถวสยาม ก็จะเล่นอินเตอร์เน็ตหรือนอนดูทีวีไป เที่ยงคืนตีหนึ่งก็นอนแล้วไม่อยากนอนดึกเพราะกลัวไม่มีแรงตื่นไปทำงานวันพรุ่งนี้

             วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ก็จะกลับหอที่มหา’ลัย เพราะบางวิชายังเรียนไม่เสร็จ บางอาทิตย์ก็มีสอบต้องกลับมาอ่านหนังสือ ส่วนมากจะกลับเย็นวันศุกร์นั่งรถเมล์หน้าไอทีเสควมาขึ้นรถตู้ที่อนุสาวรีย์ หรือไม่ก็ไปพักที่บ้านน้าแถวปทุมวัน สามารถไปได้สองทางคือรถเมลล์หน้าหอไปขึ้นรถไฟฟ้าที่อนุสาวรีย์ต่อไปยังสนามกีฬา กับนั่งรถตู้หน้าหอไปลงมาบุญครองเลยถ้ารถไม่ติดจะเร็วมาก วันหยุดไหนที่ไม่ได้กลับบ้านก็จะอยู่หอหรือไม่ก็หาที่เที่ยวไกล้ๆเช่น จตุจักร เซ้นทรัลลาดพร้าวและอาทิตย์สุดท้ายก่อนฝึกงานเสร็จนั่งรถเมล์ลุยเดี่ยวไปเกาะเกร็ดมา เนื่องจากชวนเพื่อนแล้วไม่มีใครไป เราก็เคยไปมาครั้งนึ่งแล้วเลยไปเดินดูความเปลี่ยนแปลงหลังน้ำท่วม หาของกิน ซื้อของฝาก

             วันสุดท้ายของการฝึกงานก็มาถึงมันไม่แตกต่างอะไรกับวันอื่นๆเลย สิ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำซ้ำกันเกือบทุกวันในช่วงเลาฝึกงานถามว่าเบื่อไหม มันก็แค่เซรงไม่ถึงกับเบื่อ ทำซ้ำๆทุกวันก็ชินไปเอง จนกลายเป็นความผูกพัน ผมทำของที่ระลึกให้พี่เป็นโปสการ์ดรูปพระรางวังสนามจันทร์ซึ่งเป็นตัวแทนแสดงความเป็นศิลปากรทับแก้ว หาร้านอัดรูปโปสการ์ดไม่ได้เลยอัดรูปธรรมดา แล้วซื้อกระดาษหอมมาติดให้มันดูแข็งๆเอา พร้อมทั้งเขียนข้อความเล็กน้อยติดไปด้วย ตอนเย็นได้คุยกับหัวหน้าของพี่เลี้ยง ท่านเป็นศิษย์เก่าของคณะวิทยาศาสตร์ที่ศิลปากรเหมือนกัน รุ่นที่ 5 ก่อนหน้านี้ก็เคยคุยกันก่อนแล้วผมยังเคยไปประชุมกับท่านด้วยที่ธนาคารแห่งประเทศไทย ท่านคุยเป็นกันเองมากไม่ถือตัว พูดเหมือนพี่คุยกับน้อง (นี่แหละศิลปากรอยู่ด้วยกันฉันพี่กับน้อง) ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

             พรุ่งนี้คงไม่ต้องรีบตื่นเช้าเพื่อนไปฝึกงาน คงไม่ได้กินข้าวเช้าเหมือนตอนเรียนหนังสือ คงไม่ได้ดูเรื่องเล่าเช้านี้ระหว่างแต่งตัว คงไม่ได้รอรถเมล์นานๆแล้วเบียดกันอย่างกะปลากระป๋อง คงไม่ได้เสียสละที่นั่งรถสองแถวแล้วมายืนโหน คงไม่ได้เซ็นชื่อเข้างาน คงไม่ได้เดินเล่นในศูนย์ราชการ คงไม่ได้แอบไปนอนที่ห้องปิงปอง คงไม่ได้ไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดของกระทรวง คงไม่ได้นั่งเล่นเน็ตนานๆแบบไม่ต้องทำงาน คงไม่เจอพี่ๆที่ใจดี คงไม่ได้แย่งซื้อข้าวกับข้าราชการชั้นสูง คงไม่ได้เดินเล่นในเมืองที่เรียกว่ามีแอร์ทุกตารางนิ้ว คงไม่ได้เข้าห้องน้ำวันละหลายรอบ(เพราะแอร์เย็น) คงไม่ได้กินขนมฟรีๆจากพี่ คงไม่ได้ไปดูสถานที่ดังๆที่คนปกติยากจะมีโอกาสได้ไป คงไม่ได้รีบเซ้นซื่อออกงานแบบรีบเร่ง คงไม่ได้เดินเล่นบิ๊กซีทุกวัน คงไม่ได้แบกกระเป๋าคอมหนักๆ คงไม่ได้แวะซื้อน้ำซื้อข้าวก่อนกลับห้อง คงไม่ได้ขาดแคลนของใช้บางอย่าง ฯลฯ แต่ทุกอย่างยังคงอยู่ในความทรงจำต่อไป ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง จากวันนั้นถึงวันนี้ วันแรกที่มาอยากจะหนีกลับไป แต่ก็อดทนไว้ไม่น่าเชื่อจะมาถึงวันนีได้ ประสบการณ์ต่างๆมากมายที่ได้สอน ได้เรียนรู้ ถึงแม้มันจะไม่นานเท่าไหร่ แต่ก็ทำให้เราได้เรียนรู้ช่วงหนึ่งของชีวิต จากนี้ต่อไปต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเช่นเดิม ต้องกลับไปตั้งใจเรียน หวังว่ามันจะออกมาดีและสมบูรณ์แบบที่สุด


, , , , , , , , , , ,