MICT Internship# : ความรู้ทั่วไปตอนฝึกงาน

28/05/2012 1:35 AM บันทึกทั่วไป 1,872 views

MICT Internship# : ความรู้ทั่วไปตอนฝึกงาน

          เนื่องจากที่ฝึกงานได้มอบหมายงานให้ศึกษาเกี่ยวกับหน่วยงานภายในกระทรวงและหน่วยงานที่สังกัดกระทรวงไอซีที แล้วสรุปให้พี่เลี้ยงฟัง  จึงได้รายละเอียดและสรุปพอสังเขปตามความเข้าใจจึงอยากนำมาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจ

เริ่มจากศูนย์ราชการที่ฝึกงานอยู่ว่ามีหน่วยงานไหนสังกัดอยู่บ้าง 
อาคารรัฐประศาสนภักดี (รวมหน่วยงานราชการ)

  • สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
  • กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  • สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  • สำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ตำรวจ
  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง
  • กรมการพัฒนาชุมชน
  • กรมที่ดิน
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  • กรมธนารักษ์
  • สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 9 กรมสรรพากร
  • สถาบันพระปกเกล้า
  • สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
  • สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  • สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน
  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
  • สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
  • สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
  • สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)
  • องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

หน่วยงานที่สังกัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

  • กรมอุตุนิยมวิทยา
                ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศ การเตือนภัยพิบัติทางธรรมมชาติ การเผยแพร่สารสนเทศเกี่ยวกับสภาพภูมิกาศ แผนภาพทางอากาศ ข้อมูลดาวเทียมรวททั้งข้อมูลเกี่ยวกับน้ำที่ถูกต้องให้ประชาชนได้รับทราบ
  • สำนักงานสถิติแห่งชาติ
           เก็บรวบรวมข้อมูลที่สำคัญในประเทศเช่นการทำสำมะโนประชากรและเคหะ สำมะโนธุรกิจและอุตสาหกรรม สำมะโนการเกษตร และสำรวจ/จัดเก็บข้อมูลต่างๆที่สำคัญในประเทศ เพื่อนำไปวิเคราะห์ให้ได้สารสนเทศที่หน่วยงานอื่นสามารถนำไปใช่ต่อได้อย่างถูกต้องเช่นขี้วัดการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อีกทั้งยังอบรมให้ความรู้ทางด้านสถิติ
  • บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) TOT/บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด CAT
              กสท. (CAT) เป็นผู้ให้บริการการสื่อสารข้อมูลภายในประเทศและต่างประเทศทั้งหมด ส่วน ทศท. (TOT) เป็นผู้ให้บริการการสื่อสารทางเสียง(โทรศัพท์)ภายในประเทศโดยเน้นการเข้าถึงในครัวเรือนต่างจังหวัด แต่ภายหลังได้มีการปรับปรุงการให้บริการทั้ง CAT และ TOT จึงสามารถทำธุรกิจทางด้านเสียงและข้อมูลได้อย่างอิสระ ภายหลังได้มีการปรับตัวแปรรูปไปเป็นเอกชน ปัจจุบัน CAT และ TOT จึงให้บริการที่เหมือนๆกันเช่นข้อมูลด้านเสียง อินเตอร์เน็ต การทำธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ มัลติมีเดีย การชำระสินค้าและบริการต่างๆเป็นต้น เนื่องจาก CAT และ TOT มีการบริการที่คล้ายกันมากจึงมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการรวมตัวกันของหน่วยงานก็เป็นไปได้
  • ไปรษณีย์ไทย
                อดีตไปรษณีย์ทำหน้าที่แค่ส่งจดหมายที่มีการประทับตราไปรษณีย์ แต่ปัจจุบันได้ดำเนินงานที่หลากหลายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็น การชำระเงิน การส่งเงินออนไลน์(ธนานัตย์) การขอวีซ่า การซื้อสินค้าต่างๆเป็นต้น
  • สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือ SIPA Software Industry Promotion Agency
            หน่วยงานที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานซอฟต์แวร์ของประเทศให้เทียบเท่ากับต่างประเทศ ทั้งการผลิต การบริหาร การพัฒนา และมีการส่งเสริมคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของผลิตภัณฑ์ซอฟแวร์ อีกทั้งยังร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยสู่ระดับสากล
  • สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(สรอ.) EGA
                เป็นที่ปรึกษาและดำเนินการพัฒนาระบบต่างๆทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ให้กับหน่วยงานรัฐบาลเพื่อให้หน่วยงานนั้นสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นการทำระบบรักษาความปลอดภัยให้กระทรวงพาณิชย์ และจัดหาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และระบบพิมพ์คำพิพากษา (ศาลฏีกา)
  • สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ) ETDA
              ดำเนินการพัฒนา ส่งเสริม และสนุบสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้น่าเชื่อถือ เช่นการจดทะเบียนการทางค้า กาชำระค่าบริการต่างๆ การทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตที่มีกฏหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง
 ___________________________________________________________________________________________________

           เนื่องจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน จึงไม่มีทบวงหรือกรมเหมือนกระทรวงอื่นๆ มีแต่เฉพาะสำนักงานปลัดกระทรวงฯซึงประกอบด้วยหน่วยงานย่อยๆดังนี้

  1. กลุ่มพัฒนาการบริหาร
          ทำหน้าที่บริหารหน่วยงานทั่วไปของหน่วยงาน ศึกษาวิเคราะห์บทบาทภารกิจและโครงสร้างขององค์กร ดำเนินการติดตามประเมินผลของหน่วยงานและปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องที่ได้รับมอบหมาย
  2. กลุ่มตรวจสอบภายในระดับกระทรวง
            ตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงาน  เร่งรัด ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนงานของผู้ตรวจสอบภายใน ตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลต่างๆ ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การบริหารหารเงิน การบริหารพัสดุและทรัพย์สินรวมทั้งการบริหารอื่นๆของส่วนราชการ
  3.  สำนักบริหารกลาง
            ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการทั่วไป งานอำนวยการ หัองสมุดของสำนักปลักกระทรวง  ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการและหน่วยงานในสังกัด  ควบคุมดูแลเบอกจ่ายงบประมาณ การจัดซื้อจดจ้าง ควบคุมการเบิกจ่ายวัสดุครุภัณฑ์ การวางแผนประชาสัมพันธ์ข่าวสารของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับมอบหมาย
  4.   สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
            ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับนโยบายพื้นฐานของรัฐบาล เพื่อใช้ในการกำหนดนโยบายแผนงาน/โครงการ มาตรการ เป้าหมานและผลสัสมฤทธิ์ในกิจการไปรษณีย์ จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ แนวทางในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของโครงการต่างๆตามแผนที่ได้กำหนดไว้
  5.   สำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์
            ศึกษา วิคราะห์ จัดทำแผนโครงการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐบาล ส่งเสริและพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐโดยให้มีระบบบริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
  6.   สำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ
            จัดทำแผนพัฒนากิจการอวกาศของประเทส ติดตามแผนพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและนำมาใช้ประโยชน์เพื่อจัดทำนโยบายของรัฐบาล  สังสเริมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อการวางแผนพัฒนาด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับกิจการอวกาศ
  7.   สำนักกิจการระหว่างประเทศ
            ทำหน้าที่เกี่ยวกับการร่วมมือระหว่างประเทศกำหนดแผนและนโยบายทางด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม อุตุนิยมวิทยา สถิติ ICT และการเตือนภัยพิบัติกำหนดนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งด้านสินค้าและบริการ พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อการบริหารระหว่างประเทศ
  8.  สำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสาสนเทศและการสื่อสาร
            ส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้าน ICT และผลักดันให้มีการนำเทคโนโลยีไปใช้พัฒนางาน พัฒนาอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อสร้างโอกาสให้ชุมชนมีการเรียนรู้ที่ทันสมัยและตลอดชีวิต
  9.   สำนักส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
  10.   ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
            เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงคลังข้อมูลต่างๆทั้งภายนอดและภายในกระทรวงอีกทั้งยังศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาซอฟต์แวร์และการบริหารจัดการระบบคลังข้อมูล บำรุงรักษาระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสารสนเทศของกระทรวงตลอดจนคุ้มครองความปลอดภัยข้อมูลและเว็บไซต์และอินเตอร์เน็ตของกระทรวง
  11.    สำนักสงเสริมและพัฒนาสารสนเทศภูมิศาสตร์
            กำหนดแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศและนำมาใช้พัฒนาประเทศ ติดต่อประสานการใช้งานและให้บริหารข้อมูลภูมิสารสนเทศแก่หน่วยงานมั่งรัฐและเอกชน
  12.    สำนักกำกับการใช้เทคโนโลยีสานสนเทศ
            ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีและการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ การดำเนินการด้านนิติวิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ การสืบสวนสอบสวนและร่วมมือในการจับกุมผู้กระทำความผิดหรือคดีเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์  รวมทั้งพิสูจน์ความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงาน
  13.   สำนักธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
            จัดทำข้อกำหนดและมาตรฐานด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ การขออนุญาตการจดทะเบียนธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ดำเนินการกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายที่เกี่ยวข้องและทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย
  14.    ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
            ศึกษาเกี่ยวกับภัยพิบัติในการจำลองข้อมูลภัยพิบัติต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนและกระจายความรุนแรงของภัยพิบัติให้ประชาชนได้รับทราบ อบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้และแนวทางในการช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยิบัติต่างๆรวมทั้งร่วมมือระหว่างภาครัฐเละเอกชนในการช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์

 ___________________________________________________________________________________________________

านเดี่ยวกรณีศึกษา:ธุจกิจบริการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์(e-Time Stamping Authority)

        ธุจกิจบริการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์ คือการรับรองเอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดยหน่วยงานกลางที่มีความน่าเชื่อถือว่าเอกสารนั้นๆ ถูกสร้างขึ้น ณ เวลานั้นจริงทำให้การทำธุรกรรมมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากข้อมูลหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการใช้งานร่วมกับผู้อื่น ข้อมูลสามารถถูกเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขส่งผลให้เกิดความเสียหาย ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ การประทับเวลาอิเล็กทรอกนิกส์จะช่วยพิสูจน์ว่าข้อมูลนั้นๆมีอยู่จริงถูกสร้างขึ้นและมีอยู่ก่อนเวลาที่จะมีการประทับเวลาทำให้การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์มีความน่าเชื่อถือ และไม่สามาถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ แต่การประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถชี้ได้อย่างชัดเจนว่าข้อมูลนั้นสร้างขึ้นหรือแก้ไขเมื่อใด เพราะการประทับเวลาจะเกิดหลังจากเวลาที่ถูกสร้างหรือแก้ไขเสมอ

 The secure originality of electronic

รูป: ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บริการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์

องค์ประกอบที่เกี่ยวกับการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์


รายละเอียดทางเทคนิคของการประทับตราเวลา
การประทับเวลาแบบไม่เชื่อมต่อ
ข้อมูลที่ถูก hash ในเวลาใดเวลาหนึ่งจะไม่ขึ้นต่อกัน โดยผู้ขอประทับตราจะส่งค่า hash ไปยังผู้ให้บริการประทับเวลา เมื่อผู้ให้บริการประทับเวลาแล้วและลงลายมือชื่อแล้วจะส่งรายมือชื่อดังกล่าว (Time-Stamp) กลับไปยังผู้ขอประทับเวลา ทำได้ง่ายไม่ซ้ำซ้อน แต่ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ
การประทับเวลาแบบเชื่อมต่อ
ข้อมูลที่ถูก hash ครั้งที่ 1 มีผลต่อข้อมูลที่ถูก hash ครั้งที่สองเมื่อมีการแก้ไขใดๆของข้อมูลครั้งแรก ข้อมูลครั้งต่อไปต้องถูกแก้ไขด้วยเพราะมีการเชื่อมกัน เมื่อมีการนำค่าดังกล่าวไปเผยแพร่จะไม่สามารถปฏิเสธเวลาที่ออกไปกับ Time-Stamp ได้  แต่มีการทำงานที่ซับซ้อน ไม่ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของผู้ให้บริการ

มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์
–  ITU-R TF.1876   ข้อเสนอแนะสำหรับแนวทางปฏิบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งเวลาที่เชื่อถือได้
–  RFC 3161  ข้อเสนอแนะสำหรับแนวปฏิบัติของการประทับเวลา
–  ISO/ICE 1814  มาตรฐานในการให้บริการประทับเวลา

ขั้นตอนการขอใช้บริการประทับเวลาอิเล็กทรอนิกส์

 

 ภาพแสดงการทำงานของผู้ให้บริการประทับตราเวลา (Time Stamping)
(ที่มา: http://www.e-timestamping.com/eng/about/depth/work.html)

  1. ผู้ใช้สร้างข้อมูลอิเล็อกทรอนิกส์
  2. ผู้ใช้เข้ารหัสข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยกุญแจส่วนตัว(Private Key) เพื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
  3. นำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกเข้ารหัสแล้วผ่านกระบวนการทางคณิตศาสตร์ Hash Function ซึ่งจะได้ค่าตัวเลขเฉพาะค่าหนึ่ง (Hash Value) / (กระบวนการตรงนี้จะได้ค่าตัวเลข เพื่อแทนข้อมูลที่แท้จริงของเรา)
  4. ส่งค่า Hash Value ไปให้หน่วยงานกลางประทับตราเวลา (Time-Stamping Authority : TSA)
  5. หน่วยงาน TSA จะไปดึงเวลาที่น่าเชื่อถือมาประทับตรา แล้วเข้ารหัสข้อมูลด้วยกุญแจส่วนตัว เพื่อลงลายชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงาน
  6. หน่วยงาน TSA จะส่งข้อมูลที่ประทับตราเวลาแล้วกลับมายังผู้ใช้บริการ
  7. และข้อมูลเดียวกันนี้ก็จะถูกจัดเก็บไว้ที่คลังข้อมูลของ TSA



, , , , , , , , , , , , , , , , , , ,