เที่ยวเสม็ด เสร็จสรรพ ตับพัง ตังเหลือ

08/08/2016 3:47 PM การเดินทาง 520 views

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ไปเที่ยวเสม็ดมาครับ เรียกเต็มๆว่า “เกาะเสม็ด” ที่ใครไปก็ต้องเสร็จทุกราย 55 ทริปครั้งนี้วางแผน 3 อาทิตย์ก่อนออกเดินทางกับเพื่อนที่ทำงาน ตั้งใจว่าจะไปหาที่เทียวชิวๆ ทานอาหารทะเล พักผ่อน ซึ่งก็แพลนกันไว้หลายที่ ทั้งเกาะล้าน เกาะขามและมาจบที่เกาะเสม็ด

เริ่มจากวางแผนว่าจะไปเช้าวันเสาร์แล้วกลับเย็นวันอาทิตย์ เพราะลางานพร้อมกันไม่ได้ มาหาที่พักเลยว่าจะไปอยู่ที่ไหนดี แล้วก็เจอที่ “ร่มรื่น เสม็ด รีสอร์ท” ดูรูปในเว็บไซต์แล้วชอบครับ เลยตัดสินใจจองที่นี่ ราคาตอนจองมีโปรโปรโมรชั่น 1 ห้อง 2 คืนหรือ 2 ห้อง พัก 1 คืน กลุ่มผมไปกับ 4 คนเลยเลือกเป็น 2 ห้อง 1 คืน ราคาเพียง 1500 บาท แต่ไม่มีอาหารเช้านะครับ  ลองเข้าไปดูโปรโมชั่น

เมื่อวางแผนเสร็จสรรพ ก็มาถึงวันไปจริงบอกเลยว่าสถานที่จริงไม่ผิดหวังเพราะห้องนอนและสภาพแวดล้อมเหมือนในรูปเลย จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักไม่เยอะอาจเป็นเพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวของคนไทยและจำนวนห้องไม่มากเกินไป บรรยากาศเงียบเหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ การเดินทางก็ง่ายจากท่าเรือเดินไปตามถนนไม่ไกลมาก อยู่ซอยด้านหลังโรงเรียน ใช้เวลาเดินทางประมาณ10-15 นาที

ก่อนที่จะไปถึงเสม็ดพวกเราแวะทานอาหารเที่ยวแถวตลาดบ้านเพกันก่อน ชื่อร้าน “เจ้ต่ายปูเป็น”  อยู่ติดกับทะเลถ้ามาทานตอนเย็นสามารถนั่งด้านนอกรับลมทะเลและชมบรรยากาศยามเย็นพร้อมกับทานอาหารไปด้วย แต่ถ้ามาตอนเที่ยงต้องนั่งด้านในเพราะอากาศค่อนข้างร้อนครับ บอกเลยว่ามื้อนี้หิวกันมากหรือว่ากับข้าวอร่อยก็ไม่รู้นะ ออเดอร์ที่สั่ง แต่ว่าทานหมดเกลี้ยงเลย ดูแผนที่ร้าน , Facebook ร้าน

ออเดอร์อาหารที่สั่ง

  • ปลากระพงส์ทอดน้ำปลา
  • ห่อหมกปู
  • ต้มยำรวมมิตรทะเล
  • กรรเชียงปู

ออกเดินทางจากท่าเรือนวลทิพย์ไปยังเกาะเสม็ดใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เสียค่าฝากรถ 100 บาท หลับบนเรือแป้บนึงก็ถึงละเสม็ดหลังจากเช็คอินเรียบร้อยแล้วก็นอนพักแปปนึงเพราะฝนตก แถมไฟดับด้วย

ตอนออกไปซื้อของแอบถามป้าคนขายบอกว่า “เวลาฝนตกนิดหน่อยไฟก็ดับหละต้องมีเครื่องสำรองไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าของคนที่นี่เสียไปหลายเครื่องแล้วเพราะไปตก ไฟดับ” ส่วนไฟที่ใช้ๆ กันอยู่เอามาจากฝั่งโน้น เป็นสายเคเบิ้ลลอดมาใต้ทะเล

เนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตกไป อากาศเลยเย็นๆ ท้องฟ้าครึ้มไม่มีแดด ทำให้ไม่อยากเล่นน้ำเท่าไหร่ เลยเดินเลยถ่ายรูปบนชายหาดแทน กล้องที่ผมพกไปเป็นเลนส์ฟิก 35mm ของ Kaxinda ซึ่งชอบถ่ายรูปคนหรือวัตถุมากกว่า เลยไม่ค่อยได้ถ่ายวิวมาเท่าไหร่นะเราเดินเล่นกันที่หาดทรายแก้วจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง

ผมชอบไปทะเลในวันที่มีแดดมากกว่า คิดว่าแสงที่ตกกระทบกับทรายขาวๆ น้ำใสๆ มันระยิบระยับสวยดี ท้องฟ้าสดใสเห็นก่อนเมฆสีขาวและอากาศร้อนๆ มันทำให้อยากเล่นน้ำมากกว่า แต่ไม่เป็นไรถึงแม้วันที่ไปจะไม่มีแดด แต่ก็ยังได้ภาพสวยๆ ได้เหยียบทรายนุ่มๆ เหมือนกันก็เป็นความสวยงามอีกแบบนึง

 

 

หลังจากที่เดินเล่นถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินกลับห้องพัก แวะซื้อหมูปิ้งตรงทางออกของหาดทรายแก้ว และแวะซื้อของ 7-11 ก่อน การไปเสม็ดครั้งนี้ทำให้รู้ว่า

ของขายที่เสม็ดก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด เมื่อก่อนมักจะได้ยินเพื่อนๆบอกว่าขายแพงมากเกือบเท่าตัว แต่พอไปดูจริง น้ำดื่ม นม ขนมบางอย่างก็ราคาเท่าบนฝั่ง บางอย่างก็บวกเพิ่มไป 2-10 บาทแล้วแต่ชนิดสินค้า ผมคิดว่าก็ไม่น่าจะเกินกำลังซื้อเพราะเค้าก็ต้องเสียค่าขนส่ง ค่าเดินทางนำของข้ามมาฝั่งนี้

ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วที่นี่มีร้านอาหารให้เลือกเยอะมาก แต่เรามีสถานที่ที่เลือกไว้แล้วก็คือ “Silver Sand” ร้านอาหารที่อยู่ในส่วนของ Silver Sand Hotel แลพมีการแสดงควงกระบองไฟและมีบาร์ด้วย ร้านอยู่ไกลมากแต่ว่าไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะมีรถสองแถวบริการ เดินออกมารอหน้าถนนข้างโรงเรียนที่เคยบอก โบกรถไปครับ ค่าบริการ 200 บาท/ 4 คน แปปเดียวก็ถึงแล้ว ถ้าเดินไม่น่าจะไหวเพราะไกลมาก คิดถูกแล้วที่นั่งรถมา

หลังจากทานข้าวเสร็จก็นั่งดูการแสดงควงกระบองไฟไปสักพักก็ดึกแล้วได้ยินเสียงบาร์ข้างๆ เปิดแพลงเสียงดัง ช่างน่าสนุกอะไรอย่างนี้ ขาเแดนซ์อย่างเราเลยไม่พลาดที่จะเข้าไป นั่งดื่มเบาๆ สั่ง Blue Kamikaze เหยือกละ 400 บาทกับเบียร์เพราะเพื่อนไม่กิน Blue Kamikaze แต่ผมกินทั้งสอง จบงานปุ๊บบอกได้เลยหามกลับห้อง 555 ไม่ได้ว่าคออ่อนหรอกนะ แต่ว่าเบียร์เหมาะกับการใส่แก้วแล้วยกดื่ม มันจะรู้ลิมิตว่าเมาละแต่เราเถใส่ถังไงแล้วดูด ที่นี่ก็ดูดเพลินเลยสิ….เมาขนาดนี้ ตับพังๆๆ

ตอนเข้าไปใหม่ๆ บาร์ผีหลอกครับไม่มีคนเลย งงทำไมเว้นที่ตรงกลางไว้เยอะจังมีโต๊ะนิดเดียว สักพัก เฮ้ยมาจากไหนกันหรอเต็มเลยเต้นกันเต็ม เต้นกันมันส์ ลืมไปเลยว่าอยู่บนเกาะ เจอคนมากระซิบว่า เจอพวกแกทำงานตึดเดียวกันด้วย…

Processed with VSCO with hb1 preset

หลังจากสนุกกันไปเมื่อคืน วันนี้ก็ถึงวันกลับแล้ว ตื่นมาแบบมึนๆ ก็ได้เวลากลับแล้วเราตั้งใจออกเดินทางกันเช้าเพราะอยากไปที่อื่นต่อ นั่งเรือข้ามฝั่งที่เดิมแล้วขับรถต่อมาชลบุรีแวะทานอาหารเที่ยงที่ “The Sky Gallery” ซึ่งอยู่ข้างๆ กับโรงแรม Cosy Beach Hotel บริเวณเขาพระตำหนัก มีทั้งแบบ Indoor และ Outdoor ไปถึงก็มารีรอหาที่นั่งสั่งอาหารทานเลย เพราะหิวมาก Facebook ร้าน

ออเดอร์อาหารที่สั่ง

  • Croque-Monsier (รูปแรก) แซนวิชแฮมชีส- สไตล์ฝรั่งเศส หอมผิวเกรียมๆ ของชีสซอสอุ่น 3 ชนิด เคลือบบนขนมปังกรอบนอก นุ่มใน สอดไส้แฮม ชีสอย่างดี
  • Fried Wings (รูปสอง) ปีกไเก่ทอดรสเด็ด กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมมากๆ
  • Grilled Piadina (รูปสาม) แป้งบางๆ ซ่อนผักโขม เบคอน แฮมชั้นดี กรอบนอกนุ่มใน
  • The Sky Pasta (รูปสี่) เมนูใหม่ของร้านเส้นที่ลวกกำลังสุก คลุกกับซอสหอมกรุ่น และหอยเซลกับแซลม่อนนิ่มๆ
  • สลัดแซลม่อน (ไม่มีรูป)
  • ตำมะม่วง (ไม่มีรูป)

ตอนเข้าไปถึงคนเต็มคนเยอะมาก บรรรยากาศก็ดีมากเช่นกัน ร้านอาหารอยู่ติดทะเลบนเขามองลงไปจะเห็นวิวทะเล มีร่มใต้ต้นไม้ให้นั่งกิน ดื่ม ถ้าไปตอนเย็นสามารถนั่งด้านนอกดูวิว ดูพระอาทิตย์ตกดิน กินข้าวไปด้วยได้เลย

 
 

 

ค่าใช้จ่าย

ก่อนไปเราวางแผนกันว่าจะใช้เงินคนละเท่าไหร่ให้พอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดโดยไม่น้อยและไม่มากเกินไป สรุปได้ว่าคนละ 2,000 บาท โดยรวมหมดทุกอย่างแล้ว เอาเงินมารวมไว้ที่กองกลางจะใช้จ่ายอะไรก็เอาส่วนนี้ไปเลย ค่าข้าว ค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ผมว่ามันสบายดีนะเพราะไม่ต้องควักเงินตลอดการเดินทาง ไม่ต้องมานั่งหารค่าข้าวให้ปวดหัว อยากกินอะไรก็สั่งได้เลย

พอจบทริปครั้งนี้เหลือเงินคืนด้วยเว้ย เราเรียกว่าเงินปันผล 5555 ได้มาคนละ 75 บาทแหละ กินเยอะขนาดนี้ตังค์ยังเหลือๆๆ เว้ย การเอาเงินมารวมกันแบบนี้จะได้วางแผนด้วยว่าจะใช้จ่ายอะไรบ้าง ตอนไปเชียงใหม่ครั้งก่อนก็ทำแบบนี้ เราไปกัน 4 คนได้งบครั้งนี้ 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ แบ่งเป็น

  • ค่าที่พัก 1,500 บาท/ 2 ห้อง
  • ค่าน้ำมัน/แก๊ส 600 บาท
  • ค่าอาหารเที่ยงวันแรกประมาณ 1,100 บาท
  • ค่าเรือข้ามไปเกาะ ค่าชมเกาะ 480 บาท
  • ค่าฝากรถ 100 บาทบนฝั่ง, ค่ารถสองแถวบนเกาะ 280 บาท
  • ค่าอาหารเย็นวันแรก (Sillver Sand) 700 บาท
  • ค่าเครื่องดื่ม (Sillver Sand Bar) 1,200 บาท
  • ค่าอาหารเที่ยงวันกลับ (The Sky Gallery) 1,515 บาท

 

, , , , , , , , , ,