เหตุผลที่ต้องออมเงินตั้งแต่เริ่มทำงาน

25/03/2015 3:59 PM บันทึกทั่วไป 559 views

เมื่อตอนเริ่มทำงานได้มีโอกาสเข้าฟังบรรยายเกี่ยวกับการวางแผนทางการเงินกับทางองค์กร
มีกราฟนึงน่าสนใจมาก วิทยากรเป็นอาจารย์จากคณะพาณิยศาสตร์ฯ
จำชื่ออาจารย์ไม่ได้แล้ว รูปก็ถ่ายเก็บไว้นานแล้ว จำรูปนี้ได้ขึ้นใจเลย
ขอถ่ายทอดเท่าที่จำได้แบบที่ตัวเองเข้าใจแล้วกันนะครับ

 

กราฟเป็นออกเป็น 3 ช่วงตามอายุของเราได้แก่
ช่วงก่อนอายุ 30 ช่วงอายุ 30-55 ปี และช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป ผมก็จะอธิบายตามรูปในกราฟเลยครับ

ช่วงก่อนอายุ 30 เป็นช่วงที่กำลังเรียนหนังสือและยังขอเงินพ่อแม่ ยังไม่ได้หาเงินใช้เองรายได้ก็จะไม่มาก
รายจ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามช่วงอายุ โดยเฉลี่ยแล้วรายได้กับรายจ่ายจะสมดุลกันเมื่ออายุ 30 แต่บางคนอาจจะเริ่มมีรายได้มากกว่ารายจ่ายตั้งแต่อายุ 25 หรือเมื่อเริ่มทำงาน บางคนอายุ 30 กว่าแล้วรายได้ยังไม่พอกับรายจ่าย

ช่วงอายุ 30-55 เป็นช่วงที่เริ่มทำงานแล้ว วัยแรงงาน ถ้าขยันมีความสามารถหน่อยก็จะมีรายได้เยอะ
รายจ่ายก็ยังคงเพิ่มขึ้นตามช่วงอายุ ตามตำแหน่งและการใช้ชีวิตทางสังคม ช่วงนี้ถือเป็นช่วงนี้สำคัญ
เพราะรายได้ที่ได้มาหากบริหารจัดการไม่ดี ใช้แบบไม่คิด ก็จะส่งผลกับส่วนถัดไป

ช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป ในช่วงนี้เริ่มหมดแรงทำงาน ใครๆก็อยากเกษียณ อยากใช้ชีวิตแบบสบายไม่ต้องเครียด
คิดว่าไม่ทำงานแล้วคงไม่มีรายจ่าย แต่ที่ไหนได้ มีรายจ่ายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะอายุที่มากขึ้น ความเจ็บป่วยเริ่มมาเยือน
หากมีครอบครัวมีลูก ก็มีรายจ่ายมากขึ้นเป็นเท่าตัว รายได้ก็ไม่มีแล้ว เงินเก็บก็ลดลงเรื่อยๆ

 

จุดสำคัญอยู่ที่ชวงอายุ 30-55 ปี

เป็นช่วงที่เรามีรายได้ เมื่อทำงานไปเรื่อยๆ ก็ได้ปรับขึ้นเงินเดือน รายได้ก็เพิ่มขึ้นตามความสามารถและอายุงาน
ส่วนรายจ่ายก็เพิ่มขึ้นอายุ ถ้าคงใช้ชีวิตเหมือนเดิมรายจา่ยจะเพิ่มขึนไม่มาก

เมื่อเรามีรายได้เข้ามาแต่ยังคงใช้แบบไม่คิดเผื่อวันข้างหน้า อาจจะคิดว่ายังไม่ถึง อายุ 55 เลย อีกนานกว่าจะเกษียณ
หรือคิดว่าเพิ่มเริ่มทำงานมีเวลาอีกตั้งนานค่อยเริ่มเก็บก็ได้

และที่ต้องเริ่มออมตั้งแต่ตอนนี้ก็ไม่ใช่อะไรหรอก ถ้าเริ่มช้ามันจะพอใช้ไหม แค่นั้นแหละไม่มีอะไรมาก

“เก็บเงินไม่ได้หมายถึงเก็บเงินเอาเป็นเอาตายไว้ใช้ในอนาคต เพราะอาจจะตายก่อนจะได้ใช้เงินก็ได้
แต่หมายถึงค่อยๆเก็บ ทีละเล็กละน้อย มีมากก็เก็บมาก มีน้อยก็เก็บน้อย”

มีรายได้เข้ามาจะใช้อะไรก็ใช้ไปเถอะ เงินของเรา แต่ของแบ่งบางส่วนเก็บไว้บ้าง

ช่วงเริ่มทำงานใหม่ๆ อาจจะยังมีรายได้ไม่มาก แต่รายจ่ายยังเยอะอยู่ก็เก็บน้อยๆก่อน
พอเริ่มทำงานไปเรื่อย รายได้เริ่มเยอะขึ้น ค่อยเก็บมากขึ้น ไม่ใช่ว่าหารายจ่ายเพิ่มให้กับตัวเอง

ที่สำคัญเราควรจะประมาณตัวเองว่าในอนาคตเมื่อเราไม่ได้ทำงานแล้ว เราจะใช้จ่ายเดือนหละเท่าไหร่
มีอะไรต้องรับผิดชอบบ้าง จะได้วางแผนเก็บเงินให้พอใช้หลังจากไม่มีงานทำแล้ว

 

จุดน่ากลัวเมื่ออายุ 55 ปี

หลังจากทีทำงานมาครึ่งชีวิตก็น่าจะถึงเวลาพัก ปกติก็จะเกษียณเมื่ออายุ 60 ปี แต่ถ้ายังมีความสามารถอยู่
มีแรงทำงานก็อาจจะเลื่อนออกไปอีกก็ยังคงมีรายได้เข้ามา ว

จะเป็นว่ากราฟในส่วนที่ 1 และ 2 มีจุดเริ่มต้นและจุดจบแต่ส่วนที่ 3 มีแต่จุดเริ่มต้น
ก็เพราะเราไม่รู้ว่า สุดท้ายแล้วคนเราจะอยู่ไปถึงอายุเท่าไหร่

เมื่ออายุ 55 ปี ไม่ได้ทำงานแล้ว รายได้ประจำก็ไม่มีหรือมีน้อยลง แต่รายจ่ายยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัว ถ้ามีครอบครัวก็เพิ่มไปอีก อายุมากขึ้นเจ็บไข้ได้ป่วยก็ง่าย ต้องใช้เงินรักษา

ยิ่งถ้าป่วยตอนอายุ 50 กว่า บางโรคป่วยเรื้อรัง ต้องใช้เงินรักษาจำนวนมากไม่รู้ต้องอยู่ไปอีกนานแค่ไหน
ค่าใช้จ่ายบานเลยครับ

ใครที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีลูกหลายคอยดูแลหละ ถ้าไม่มีเงินเก็บจะทำยังไง จะเอาเงินที่ไหนมารักษาเวลาเจ็บป่วย
โอ้ยยย  พูดแล้วเศร้าเป็นตาแก่ ยายแก่ นอนป่วยไม่มีคนดูแล  ถ้าเรามีเงินก็ยังพอไปหาหมอ จ้างพยาบาลดูแลได้

คงไม่มีใครรู้อนาคตที่แน่นอนว่าจะเป็นอย่างไร พรุ่งนี้อาจจะถูกรางวัลที่ 1 มีเงินใช้แบบไม่ต้องทำงาน
หรือถูกเชิญออกจากกงาน ถูกไล่ออก บริษัทปิด แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้
อาจจะป่วยหนักต้องใช้เงินรักษา ถ้าเรามีเงินเก็บมันก็น่าจะดีกว่าใช่ไหมครับ

มาออมเงินกันเถอะครับ เพื่ออนาคตของเราเอง ถ้าไม่รู้จะจัดการยังไงลองอ่านบล๊อกนี้ครับ
วางแผนทางการเงินแบบเด็กๆ  ของผมเอง อิอิ

 

, , , , , , , , , , , , , , , ,