Trip: เที่ยวสิงคโปร์ (Universal Studio, Halloween Horror Night)

11/12/2015 10:31 PM การเดินทาง 730 views

Universal Studio

วันที่สองตื่นกันอย่างอ่อนเพลียเพราะเมื่อวานเดินเยอะมาก วันนี้วางแผนว่าจะไปเกาะเซนโตซ่าทั้งวันเลย พอไปถึงจริงๆ เที่ยวไม่ทั่วเกาะเลยเพราะมันค่อยข้างกว้าง ตั้งใจว่าจะเข้า SEA Aquarium แต่กลัวว่าจะเที่ยวไม่ทั่ว Universal Studio เลยตัดสินใจไม่ไปไหนสักที มุ่งไปที่ Universal Studio ทีเดียวเลย ตอนแรกวางแผนว่าจะนั่ง MRT จาก Chinatown ไปแล้วไปต่อรถไฟลอยฟ้าข้ามไปเกาะแต่เพื่อนของ Apinya Tipprab อาสามารับไปส่งถึงเกาะ โชคดีจริงๆ แต่ก็อดนั่งรถไฟข้ามเกาะเลย

พอข้ามมาถึงก็มุ่งหน้าไปที่ Universal Studio เพื่อถ่ายรูปกับลูกโลกซึ่งเป็นแลนด์มาร์กของที่นี่ วันทีไปคนเยอะมากๆ อยากจะถ่ายรูปแบบส่วนตัวกับลูกโลกแต่มันไม่ได้จริงๆ คนนั้นเดินออก คนนี้เดินเข้า มีสาวเกาหลีมาเยอะเลย Niight Sukitta เลยไม่พลาดที่จะเก็บรูปมาฝาก ฮิๆ คนไทยก็เยอะก็มีขอให้ถ่ายรูปให้ด้วย แล้วก็มีนักเรียนปฐมไปทัศนศึกษาวันนี้พอดี นึกถึงครูพาไปทัศนศึกษาที่สวนสยามตอนสมัยมัธยม ฮ่าๆ

 

เมื่อเข้าประตูของ USS มาแล้วก็จะเจอ Minion Mart อยู่ทางด้านขวามือ อดใจไม่ไหวที่จะแวะเข้าชมความน่ารัก จากนั้นก็จะเจอโซนของ Hollywood อยู่ทางด้านซ้ายมือตรงกับกับ Minion Mart แต่ว่าไม่ได้แวะชมอะไร แล้วก็เดินเข้าไปต่อคิวที่ Madagascar นั่งเรือเข้าชมตามทางรางน้ำ มีตัวการ์ตูนสิงโตอเล็กซ์ ม้าลายมาร์ตี้กับเพื่อนๆ คอยโผล่มาเซอร์ไพรท์ตลอดทาง สนุกและตื่นเต้นมากแต่ข้างในค่อนข้างมืดเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา ถือว่าเป็นโซนที่ประทับใจโซนนึงครับ

“แนะนำว่าถ้าตั้งใจจะมาเล่นเครื่องเล่นจริงๆ ควรซื้อบัตรแบบ Express Pass เพราะจะไม่ต้องรอคิวนาน (มากก) ตอนแรกเพื่อนคนสิงคโปร์ก็แนะนำเหมือนกันแต่ว่าซื้อบัตรปกติไปก่อนแล้ว” หลังจากนั้นก็ไปที่ Far Far Away ชอบโซนนี้มากเช่นกัน (รูปโรงภาพพยนต์ม่านแดง) เป็นโรงภาพยนต์สี่มิติฉายเกี่ยวกับเรื่องของ Shrek ยักต์ตัวเขียวใหญ่ๆ

 

หลังจากที่เดินมาครึ่งวันก็เริ่มหิวและไม่มีแรงแล้วเลยพักกินข้าวอย่างอิ่มหน่ำสำราญก่อนที่จะไปต่อที่ “The Lost World ดินแดนแห่งไดโนเสาร์ล้านปี” แต่ว่าคิวรอเล่นเครื่องเล่นยาวมากแถมอากาศร้อนเที่ยวก็ร้อน เลยปล่อยผ่าน

 

เดินเข้ามาโซน “Sci-Fi City เครื่องเล่นสุดไฮเทคอย่าง Transformer แบบสามมิติ” ทำเอาความเหนื่อยที่รอคิวหายเป็นปริดทิ้ง ประทับใจมากๆ ตะโกนจนไม่มีเสียงเลยทีเดียว ไม่พอแค่นั้นกลับมาเล่นอีกครั้งตอนงาน Halloween สรุปว่าเล่นเครื่องเล่น Transformer ไปสองรอบ แล้วไปต่อที่ “Ancient Egypt ดินแดนลึกลับอียิปต์โบราณ” ซึ่งทางเข้าไปเครื่องเล่นก็ลึกลับจริงๆ ครับ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศหลอนๆ ของหลุมฝั่งมัมมี่ อากาศที่เย็นทำให้ขนแขนลุกซู่ “ย้ำอีกทีความซื้อบัตรแบบ Express Pass จะได้เล่นเร็วกว่ามาก”

ส่วนเครื่องเล่นข้างในจะไม่ได้ตื่นเต้นจากการมองเห็นเพราะเป็นห้องมืดๆ จะไม่เห็นอะไรเลย แต่สัมผัสได้ด้วยความเร็วแล้วการเหวี่ยงของรถรางเหมือนลำไส้จะหยุดออกจากร่างกายเลยทีเดียว ในแต่ละจุดของเครื่องเล่นก็จะมีล๊อกเกอร์สำหรับฝากของ เพราะบางเครื่องเล่นจะมีการเหวี่ง พุงไปข้างหน้า ถอยหลังที่เร็วมากอาจจะมีของหลุดหรือล่นหายจึงจำเป็นต้องฝากไว้ก่อนเข้าไปเล่น พอเดินมาทั้งวันแล้วและก็ใกล้เวลาปิด โซนของ “New York” เลยไม่ได้เข้าไปแต่ได้กลับเข้ามาอีกครั้งตอนงาน Halloween

 

 

 

Halloween Horror Night

ใกล้เวลาหกโมงถึงเวลาปิดแล้วเจ้าหน้าที่เริ่มเชิญคนออก เพราะจะมีงาน “Halloween Horror Night” ต่อ งานนี้จะจัดในเดือนตุลาคมของทุกปี โชคดีว่าไปตอนเดือนตุลาคมพอดีเลยไม่พลาดที่จะเข้าไปดูสักครั้ง ซึ่งงาน Halloween Horror Night ก็จัดขึ้นใน Universal Studio นั่นแหละครับ เครื่องเล่นต่างๆ ก็เปิดให้เล่นตามปกติ แต่มีบางเครื่องเล่นที่ปิด เพราะต้องใช้พื้นที่จัดบ้านผีสิง ถ้าพลาดเครื่องเล่นไหนตอนกลางวันก็กลับมาเล่นได้ตอนกลางคืน

ใกล้เวลาหกโมงคนเริ่มเข้าคิวที่ประตูทางเข้ากันเยอะมาก ผมกลับว่าจะต้องไปรอซื้อบัตรนานเลยซื้อจากไทยไปเลย เช่นเดิมครับ “เพื่อนย้ำว่ายูต้องซื้อ Express Pass นะ” แต่ไม่คิดว่าจะรอนานขนาดนี้เลยซื้อบัตรธรรมดา พอไปถึงจริงๆ รอคิวนานมากบางโซนรอประมาณ 2 ชั่วโมงเพื่อดูบ้านผีสิงแค่ 10 นาที เนื่องจากพวกเราไป Universal Studio กันตั้งแต่เช้า พกกระเป๋า กล้องและอื่นๆอีกมากมาย ขากลับก็ได้ซื้อของฝากด้วย ทำให้ไม่สะดวกที่จะถือของติดตัวไปบ้านผีสิง เค้าก็จะมีล๊อกเกอร์ให้ฝากของได้ เป็นล๊อกเกอร์เดิมที่ฝากตอนที่เล่นเครื่องเล่นตอนกลางวันนั่นแหละครับ ใกล้สุดก็ที่โซน “Sci-Fi City”

“ตู้ฝากเป็นแบบสแกนนิ้ว ตอนฝากใช้นิ้วใคร พอจะเอาของก็ต้องให้คนนั้นมาสแกนเปิดประตู แต่มันมีกฏอยู่ว่าครั้งแรกฝากได้ไม่เกิน 90 นาทีถ้าหลังจากนั้นจะคิด 20 นาทีแรก 20$ (ราคาไม่แน่ใจครับ) เราจึงต้องเดินเล่นพอใครครบ 90 นาทีแล้วก็กลับมาเอาของออกแล้วให้เพื่อนคนใหม่ฝากบ้าง”

“ครั้งที่สองก็จะได้เวลาเพิ่มมากขึ้นไม่แน่ใจว่าประมาณ 2 ชั่วโมงรึป่าว คราวนี้ก็เดินเล่นได้นานขึ้นหน่อย แล้วค่อยกลับมาเอาของออก ให้เพื่อนคนใหม่ฝากบ้าง ครั้งที่ 3 ก็ได้เวลานานขึ้นประมาณ 2.30 – 3 ชัวโมง (จำไม่ได้) นั่นแหละครับจนถึงเที่ยงคืนงานเลิกพอดี ไม่ต้องเสียค่าฝาก 555555″

พอเดินเข้ามาในงาน Halloween Horror Night ก็จะเห็นตามรูปแรกวันพระจันทร์เต็มดวงนั้นเอง ทำให้รู้ว่าเตรียมพบกับเหล่าผีๆ ที่จะออกอาละวาดในคืนนี้ แล้วก็เจอกับเอเลียนทั้งหวันที่เดินตามถนน มีทั้งตัวสูงมากๆ ตัวเท่าคนก็มี

 

 

 

“ข้างในนั้นยังมีโซนบ้างผีสิงต่างๆ ให้เข้าไปดูอีกมากมายส่วนใหญ่จะเป็นผีจีน ซึ่งไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่
จะตกใจซะมากกว่า บางโซนก็จะมีผีผู้หญิงเดินไปเดินมา ผีคนแก่ ผีเด็ก ก็ไม่รู้นะครับว่าจะมีผีจริงๆ แฝงตัวอยู่รึป่าว” รูปแรกนี้เป็นยาน UFO มีแการแสดงของเอเลียน ที่บุกมายังโลกตอนจบมันดูดคนขึ้นไปในยานด้วย ตื่นเต้นดีจริงๆ
บางครั้งก็มีผีเดินมาแล้วตะคอกใส่ แต่งตัวเหมือนคนเมา เราก็งงว่านี้คนบ้าหรือผี ตกใจก็ด่าไปว่า “เชี่ย” ทำตัวไม่ถูกเลย 55

Singapore071

Singapore068

 Singapore069

 Singapore063

หลังจากเดินมาเกือบทั่วงาน Halloween แล้วก็ใกล้เวลากลับ ตอนนั้นก็ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ รถไฟฟ้าข้ามเกาะก็หมดแล้ว มีทางเดียวคือแท็กซี่ ซึ่งรอคิวนานมาก ยิ่งกลับตอนงานเลิกด้วยต้องรอคิวเหมือนรอเครื่องเล่นเลย และก็ต้องเสียค่า Service Chart อีกเพราะเป็นเวลาตอนกลางคืน กลับถึงทีพักก็ประมาณตี 3-4 พอดี

ภาพสวยๆที่ USS ส่วนมากจากกล้อง Niight Sukitta
และภาพ Halloween ทั้งหมดจากกล้อง Chanika Wongvised
ส่วนผมเอามาแต่งใน VSCO Cam ค้าบ

, , , , , , , , , , , , ,