Trip: เที่ยวสิงคโปร์ (Marina Bay, Merlion, Maxwell etc.)

09/12/2015 8:29 PM การเดินทาง 860 views

วางแผนและออกเดินทาง

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวสิงคโปร์กับเพื่อน ม.ปลาย หลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานมาก เนื่องจากไม่เคยไปเลยจึงต้องวางแผนให้ดีหน่อยว่าจะไปที่ไหนก่อนหลังจะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง และประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งวางแผนกันประมาณเดือนกว่าๆ จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีเพื่อนที่ว่างไปพร้อมกัน 3 คน และไปกัน 3 วัน

“เริ่มออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองประมาณ เที่ยงคืนไปถึงสิงคโปร์ประมาณตีสอง แต่ผมไปถึงก่อนเพื่อน เพราะจองเที่ยวบินคนละเที่ยวเลยเดินเล่นในสนามบินรอ พอมาเจอกันก็ประมาณตีสาม แต่ว่า MRT เปิดให้บริการ ตอนหกโมงเช้าเลยต้องเดินเล่น นอน นั่งรอตั้งแต่ตีสามถึงหกโมงเช้า ไม่อยากนั่งแท๊กซีเพราะช่วงเวลาเช้าจะโดนค่าบริการ (Service Chart) เยอะมาก”

“บริเวณหน้าห้องน้ำชั้น G อาคาร Terminal 2 ระหว่างรอไปขึ้นรถไฟฟ้าตอนหกโมงเช้า”

 

สิ่งที่ขาดไม่ได้

ตอนแรกงงกับบัตร MRT เพราะมีบัตรแบบเทียวเดียวกับบัตรนักท่องเที่ยว บัตรของนักท่องเที่ยวจะเปิดขายตอน 8 โมง ใช้ได้ 1 วัน 3 วันและ 7 วัน ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว จะคุ้มกว่า ค่าบัตรแบบนักท่องเที่ยว “จ่ายครั้งแรก 30$ เป็นค่าบัตร 20$ ค่ามัดจำ 10$ จะได้คืนตอนคืนบัตร” ตอนที่ไปสถานีรถไฟฟ้าเวลาหกโมงเช้า ไม่อยากรอถึง 8 โมงเลยซึ้อบัตรแบบเที่ยวเดียวก่อน
บัตรแบบเที่ยวเดียวนี้จะไม่ต้องคืนเก็บกลับบ้านได้ ราคาบัตรจะรวมอยู่กับเงินที่เราเสียไปแล้ว ไม่แน่ใจน่าจะประมาณ $0.1 ครับ

สำหรับสิ่งที่พลาดไม่ได้อีกอย่างก็คือ อินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ เพราะอาจจะต้องติดต่อกับเพื่อน หาข้อมูลในเว็บไซต์หรืออัพรูปภาพขึ้น facebook ตอนขึ้นเครื่องแอร์โฮสเตสจะแจกโบชัวร์ซิมการ์ดค่าย StarHub สามารถเอาไปแลกซิมฟรีได้ ในซิมจะมีเงินอยู่ $2 แต่ว่าจะต้องลงทะเบียนก่อนใช้งาน ค่อนข้างจะลำบาก ซึ่งแลกได้ที่เค้าเตอร์ของธนาคาร UOB บริเวณแถว 36 ทีรับกระเป๋า หรือจะออกมาแลกข้างนอกก็ได้ แต่ซิมฟรียอมมีข้อจำกัด ผมเลยเลือกซื้อซิมแบบ 4G Prepaid ราคา $15 แทน ใช้ได้ประมาณ 3 วัน ได้รับ SMS แจ้งว่าสามารถใช้งานได้ 100 GB (ไม่รู้จริงไหม) มันเยอะกว่าไทยหลายเท่าเลย พอครบ 3 วันก็มีให้เลือกสมัครต่อมีโปรโมรชั่นหลายแบบให้เลือก ก็ใช้เงินที่เหลือในซิมสมัครได้เลย

 Processed with VSCOcam with a6 preset

 

เดินทางไปที่พักซึ่งผมพักกันที่ “5Footway” ใกล้สถานีรถไฟฟ้า Chinatown 2 สาย คือ “สาย Downtown สีน้ำเงิน” กับ “สาย North East Line สีม่วง” ด้านหน้าเป็นย่าน Chinatown มีของขายมากมาย ออกสถานีก็เจอเลย ต่างกับ Chinatown บ้านเรามาก ทั้งความสะอาด ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม

 

ตอนไปถึงยังเช็กอินไม่ได้เพราะต้องรอบ่ายโมงเลยฝากของไว้ก่อนแล้วก็ออกมาหาของของกินที่ “Maxwell Food Centre” อยู่ทางซ้ายมือของ 5Footway ตอนเดินไปจะผ่านวัดพระเขี้ยวแก้วที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ที่นี่มีของกินให้เลือกเยอะมาก ราคาก็ไม่แพง (มั่ง) มีร้านข้าวมันไก่ที่คนพูดถึงกะว่าจะไปลองชิม แต่ว่าคิวเยอะมาก รอไม่ไหวเลยกินอย่างอื่นแทน..“บักกุ๊ดเต๋”

ส่วนเช้าวันที่ 2 ไปกินที่เกาะเซ็นโตซ่า เช้าวันที่ 3 ก็กินที่นี่ จำไม่ได้ว่ากินอะไร หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ซื้อขนมปังติดมือมาด้วย เผื่อว่าหิวระหว่างทางจะได้หยิบมากิน (1$ ประมาณ 25.6 บาท) แล้วก็นั่ง MRT ไป “Fountain of Wealth” แต่ว่าวางแผนผิดไปหน่อย จริงๆ ต้องไปกลางคืนถึงจะมีน้ำพลุมีไฟ ตอนนี้ไปนี้ตอนเช้าไม่เป็นอะไรเลย

 

MARINA BAY SANDS

หลังจากผิดหวังจาก “Fountain of Wealth น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง” ก็ไปเดินเล่นต่อที่ Marina Bay เป็นช่วงเที่ยงที่ง่วงมากเพราะไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน แถมอากาสข้างนอกร้อนมากๆ จะไปเดิน “Garden By The bay” ก็คงไม่ไหว ได้แต่ถ่ายรูป จากวิวด้านบนสะพานเชื่อม มองไกลๆจะเห็น “Singapore flyer” ด้วย แล้วเดินข้ามไป Marina Bay

เข้ามาเดินใน “THE SHOPPES AT MARINA BAY SANDS” โอ้โห้ มีแต่สินค้าแบรนเนม เลยไม่ได้แวะไปเดินหาของกินแทน
ตอนบ่ายเพื่อนคนไทยทำงานในคาซิโนใน Marina Bay ชวนเข้าไปเที่ยวแต่ไม่กล้า แถมง่วงด้วย เลยออกไปนั่งเล่นข้างนอก
งีบอยู่พักนึงแถวๆ ช๊อปของ Louis Vitton มองไปอีกฝังจะเห็น Merlion และตึกสูงๆ มากมาย

“ข้างใน Shoppes at Marina Bay Sands เจอนักธุรกิจเยอะมากตอนไปนั่งกินข้าวก็เจอคนไทยนั่งกินโต๊ะเดียวกัน”

 

Merlion

จากนั้นก็กลับไปเช็คอินที่ 5Footway เก็บของเสร็จก็หลับยาวจนถึง 5 โมงนอนแบบไม่สนใจอะไรเลยเพราะเหนื่อยมาก จากนั้นนั่ง MRT จาก “Chinatown” ไปสถานี “Raffles Plase NS26,EW14 ทางออก C” พอ 5 โมงเย็นก็ไปถ่ายรูปที่ “Merlion”

ตอนที่ไปพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแสงกำลังสวย อากาศไม่ร้อนแต่คนเยอะมาก มองไปอีกฝั่งแม่น้ำจะเห็น “Marina Bay Sand” ส่วน “Singapore Lyric Opera สะพาน helix และ Singapore flyer” จะอยู่ฝั่งเดียวกันสามารถเดินผ่านเพื่อไป Marina Bay ได้แต่ว่า เราเลือกที่จะไม่เดิน เลยไม่ได้ไป 55 แล้วเดินกลับไปขึ้น MRT เพื่อไปชั้นดาดฟ้าที่ Marina Bay


ขึ้นไปชมวิวที่ดาดฟ้า

ระหว่างรอขึ้นไปชั้นดาดฟ้า ชั้น 56 คนเยอะมากรอคิวประมาณ 30 นาที ด้านล่างเป็น “โมเดลบริเวณ Marina Bay Sand” ที่ตั้งอยู่ด้านหน้าลิฟท์ บริเวณที่เดินชมวิวได้เป็นหัวของเรือ จะเห็นวิวรอบเมืองเลย ทั้ง “Garden by the bay, Merlion, Singapore Lyric Opera สะพาน helix Singapore flyer” และดึกฝั่งตรงข้าม แต่วันที่ไปยังมีหมอก ควันจากอินโดนีเซีย วิวฝั่ง Garden by the bay เลยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ สามารถซื้อบัตรในเว็บไซต์ที่ไทยก่อน จะได้ไม่ต้องไปต่อคิวนาน โดยเปิดให้เช้าชมได้ตั้งแต่เวลา 09.30 A.M- 10.00 P.M. ตามตัวอย่างในรูปบัตรด้านบน

หลังจากเดินชมวิวด้านบนเสร็จก็ลงมาดูการแสดง “น้ำพลุดนตรี Wonder Full-Light & Water” ด้านล่าง ตอนลงไปถึงคนจองพื้นที่เต็มหมดแล้ว แต่ยังพอมีที่ว่างให้ยืนชมได้ พอการแสดงจบคนก็แยกย้านกันกลับเลยได้ถ่ายรูปกับวิวดึกตรงข้ามกับเพื่อนๆ ก่อนที่จะกลับไปนอน

Singapore035

Photo 10-22-3101 BE, 22 45 00

 

ค่าใช้จ่าย

  • ค่าตั๋วเครื่องบินประมาณคนละ 3500 บาท NokScoot
  • ค่าที่พักประมาณคนละ 1900 บาท 5FootWay
  • ค่าบัตร MRT แบบนักท่องเที่ยว 3 วันคนละ $30 (มัดจำ 10$ ได้คืนวันคืนบัตร)
  • ค่าบัตร Sky Park at Marina Bay 790 (ซื้อจากไทย)
  • ค่าบัตร Universal Studio 1650 บาท (ซื้อจากไทย)
  • ค่าบัตร Halloween Horror Night 1550 บาท (ซื้อจากไทย)
  • ค่าซิมการ์ด $15 ค่าย StarHub
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ ก็แล้วแต่ใช้มากใช้น้อย

เพื่อนร่วมทริป

, , , , , , , , , , , , ,